Welcome to the world where truth doesn't hurt

  • Dudesweet

ความรักน่ากอดของมูมินเกิดจากความดาร์คตั้งแต่วันแรก

โดย พีรมณฑ์ ตุลวรรธนะ

มูมินเริ่มจากการเป็นเพียงตัวละครที่ Tove Jansson วาดเล่นในห้องน้ำที่บ้านหลังจากที่เธอทะเลาะกับน้องชายเกี่ยวกับนักปรัชญา Immanuel Kant โทเว่เรียกมูมินในตอนนั้นว่า Kant มันตัวผอม จมูกยาว และไม่ได้น่ารักเท่าเจ้ามูมินที่เราเห็นทุกวันนี้ ความจริงเธอบอกว่า ‘มันเป็นตัวที่น่าเกลียดที่สุดเท่าที่เธอจะวาดมันได้’


ต่อมามูมินพ่วงมากับลายเซ็นต์ของโทเว่ในช่วงที่เขียนการ์ตูนการเมืองให้นิตยสาร Garm การ์ตูนของเธอล้อเลียนฮิตเลอร์และสตาลินในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่การ์ตูนช่องเกี่ยวกับเจ้ามูมินและครอบครัวจะดังขึ้นมา

โทเว่เขียนหนังสือเกี่ยวกับมูมินเล่มแรกในปี 1945 ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง “The Moomins and The Great Flood” หนังสือเล่มแรกของเธอ เกี่ยวกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่พัดพาสมาชิกบ้านมูมินให้แตกระแหง และตามมาด้วย “Comet in Moominland” ที่มูมินและสนัฟคิน เพื่อนของเขาเห็นดาวหาง และทุกคนในเมืองเป็นกังวลว่าดาวหางจะพุ่งมาชนพวกเขาหรือเปล่า ทั้งสองเรื่อง แม้จะเป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยการผจญภัยและความสนุกสนาน แต่ก็มีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับภัยพิบัติและอันตรายทั้งที่เป็นหนังสือนิยายสำหรับเด็ก สิ่งเหล่านี้สะท้อนมาจากภาวะสงครามที่ทำให้คนรอบตัวโทเว่ตกอยู่ในความเศร้า เหตุการณ์ที่น้องชายของเธอเข้าร่วมสงคราม และไม่ได้ข่าวคราวจากเขาอีกเลย หรือผู้คนในเมืองเฮลซิงกิ


หนังสือเรื่อง Comet in Moominland และ The Moomins and The Great Flood

แต่หนังสือที่ประสบความสำเร็จมาจากหนังสือเล่มหลังจากนั้น นั่นทำให้เธอได้รับงานวาดการ์ตูนช่องซึ่งทำให้ชื่อเสียงของเธอเพิ่มมากขึ้นๆ แต่แม้ว่าการ์ตูนช่องมูมินของเธอจะได้รับความนิยมมาก แต่เธอก็เลือกที่จะหยุดเขียนการ์ตูนช่องไปหลังจากที่เริ่มเพียงไม่กี่ปี เพราะมันทำให้เธอไม่มีเวลาให้งานจิตรกรรมที่เธอชอบ

เมื่อชื่อเสียงของเธอมีมากขึ้น ก็มีแต่คนเข้ามาขอให้เธอวาดมูมินเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเธอไม่ต้องการ แม้แต่วอลท์ ดิสนีย์ที่เข้ามาขอซื้อลิขสิทธิ์มูมินยังโดนเธอปฏิเสธไปเลย

สังเกตดีๆ การ์ตูนช่องของโทเว่มีการกั้นช่องที่ฉลาดมาก

หนังสือมูมินซีรี่ส์เป็นเหมือนสิ่งที่โทเว่ใช้ตอบรับโลกรอบๆ ตัวเธอ เธอทุ่มความรู้สึกของเธอลงไปในหนังสือเหล่านี้ ทำให้อารมณ์ของหนังสือเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เล่มหนึ่งถึงเล่มเก้า การพบเจอกับ Tuulikki Pietilia ในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง ซึ่งต่อมาได้กลายคนรักเลสเบี้ยนของโทเว่ทำให้เกิดหนังสือตอน Moominland Midwinter ที่มีตัวละครใหม่ชื่อ “Too-Ticky” ที่เป็นเหมือนตัวแทนของทูลิคกิขึ้นมา หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนหนังสือเกี่ยวกับทูลิคกิ และเขียนเพื่อทูลิคกิ

เธอดิ้นรนที่จะหาสตูดิโอที่เธอต้องการ จนในที่สุดเธอก็สร้างบ้านส่วนตัวขึ้นบนเกาะห่างไกลผู้คนด้วยหินและไม้ และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นกับทูลิคกิ คนรักของเธอทุกฤดูร้อน บนเกาะที่ไม่มีแม้แต่น้ำประปาหรือไฟฟ้า บ่อยครั้งเธอจะต้อนรับแขกที่มาบนเกาะ แต่ในวันแย่ๆ เธออาจจะปาหินใส่เขาก็ได้ เกาะนั้นเป็นเหมือนบ้านมูมินในหนังสือที่ทุกคนจะไปเมื่อพวกเขาต้องการที่พึ่งพิงทางใจ และนั่นก็เป็นที่มาของนิสัยมูมินที่ชอบอยู่ริมน้ำ

เรื่องราวของเจ้ามูมินดำเนินมาถึงหนังสือสองเล่มสุดท้าย นั่นก็คือ “Moominpappa at Sea” เกี่ยวกับการที่มูมินปาป้าประสบปัญหาวัยกลางคน จึงทำให้ครอบครัวมูมินต้องตามพ่อของเขาไปอาศัยอยู่ในบ้านริมทะเล และจบด้วยการที่มูมินมาม่าคิดถึงบ้านมากจนเธอวาดรูปบ้านตัวเอง และหายเข้าไปในรูปภาพ ในขณะที่ “Moominvalley in November” ที่เป็นตอนจบของซีรี่ย์มูมินนี้ โทเว่เขียนเมื่อแม่ของเธอเสีย และนั่นทำให้เธอทุกข์ระทมอย่างมาก เรื่องเล่าถึงตัวละครตัวอื่นๆ กลับมาที่บ้านมูมินก่อนฤดูหนาว เพราะเป็นเหมือนที่พักพิงทางใจ แต่กลับไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย บ้านของครอบครัวมูมินว่างเปล่า ตัวละครทุกตัวจึงได้แต่เฝ้ารอครอบครัวมูมินกลับบ้าน แต่สุดท้าย ตัวละครทุกตัวก็แยกย้ายกันออกไป


ภาพประกอบหนังสือมูมินตอน Moominvalley in November

ถ้าสังเกตดีๆ ภาพประกอบในหนังสือมูมินส่วนใหญ่ จะเป็นภาพวาดที่เน้นบรรยากาศ ภาพทิวทัศน์ มีตัวละครตัวเล็กๆ และด้วยความที่เขียนด้วยสีขาวดำ จึงทำให้เน้นแสงเงาได้ชัดเจน รูปประกอบหนังสือมูมินจึงไม่แค่มีสเน่ห์ตรงตัวละครน่ารักน่ากอด แต่สเน่ห์ของรูปประกอบหนังสือมูมินคือบรรยากาศหนักๆ ที่กดลงมาบนตัวละครตัวน้อยน่ารัก ทำให้เวลามอง เราจะรู้สึกเหมือนมองภาพวาดอย่าง ฟานโกะฮ์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าฟินแลนด์เป็นเมืองหนาว สภาพอากาศที่หนาวเย็น มีพายุบ่อยๆ ทำให้เราเห็นตัวละครเหล่านี้พยายามเอาตัวรอดในธรรมชาติอันแสนทรหดนี้ หรือแม้แต่การจัดองค์ประกอบของป่าหรือต้นไม้ของโทเว่ยังเหมือนกับภาพวาดของ Henri Rousseau ที่เน้นต้นไม้เยอะๆ และมีสัตว์แอบอยู่ในพงหญ้า

ตัวละครต่างๆ ในหนังสือมูมินเป็นตัวละครที่สะท้อนผู้คนในชีวิตของโทเว่ ตั้งแต่ มูมินมาม่า ที่สะท้อนแม่ของเธอ ตั้งแต่นิสัยการเป็นคนดูแลครอบครัว รักการทำงานบ้าน ดูแลและเป็นห่วงคนรอบข้างของเธอ, มูมินปาป้า ที่สะท้อนพ่อของเธอ ผู้ชายที่เหมือนจะเป็นผู้ใหญ่สุด แต่ก็มักจะหนีปัญหา หายตัวไปทุกทีที่มีเรื่องเกิดขึ้น และต้องการการยอมรับจากคนรอบข้าง, สนัฟกิ้นผู้รักอิสระและพูดน้อย สะท้อนคู่หมั้นของเธอที่เกือบจะแต่งงานกัน จนเธอถามเขาว่า “เมื่อไหร่จะแต่งงานกัน” แต่เขากลับตอบว่า “นึกว่าที่เป็นอยู่นี่คือแต่งงานแล้ว” ซึ่งทำให้เธอเลิกคบกับเขา, Too-ticky ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นศิลปิน แต่ก็ยังมีความรับผิดชอบ ที่สะท้อนตัวตนของ Tuulikki Pietila คู่รักเลสเบี้ยนของเธอ หรือแม้แต่ตัวมูมินโทรลเอง ที่สะท้อนตัวตนของเธออย่างมาก

แม้ว่าเรื่องราวของมูมินจะมีโทนที่มืดหม่น และถูกเขียนมาจากความเศร้าของโทเว่ แต่เรื่องราวของมูมินก็เต็มไปด้วยความสุขเล็กๆ และการใช้เวลากับครอบครัว ความสุขจากการได้อยู่ร่วมกัน ตอนจบของมูมิน จะไม่ใช่จบแบบมีความสุขตลอดไปเหมือนดิสนี่ย์ แต่เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นแง่มุมต่างๆ ของแต่ละชีวิต มูมินจึงไม่ใช่แค่ตัวละครนุ่มฟูน่ากอดเหมือนตัวละครที่เราเห็นทั่วไป แต่มูมินเป็นเรื่องราวที่เตือนให้เรารู้ว่า แม้ว่าจะมีเรื่องเลวร้าย ท้องฟ้าจะมืดมัวแค่ไหน แต่ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นดอกไม้ดอกเล็กๆ บานสดใสอยู่


source: Jeanette Winterson: The Moomins and me The Moomins – a family affair Tove Jansson: Love, war and the Moomins

© 2019 Dudesweet Co., LTD.