Welcome to the world where truth doesn't hurt

  • Dudesweet

นุ่งผ้าขาวม้าไปเดินรันเวย์ Tokyo Fashion Week

(PART 1/3)

ผมตอบตกลงทันที ที่ลินดา เจริญลาภ ดีไซน์เนอร์ของแบรนด์ Lalalove บอกว่าอยากให้ Dudesweet มาดูเรื่อง art direction ของคอลเล็คชั่นนี้ ที่ทำด้วยผ้าขาวม้าให้หน่อย

ผมชอบผ้าขาวม้า ผมชอบความไม่เรื่องมากของมัน ในทุกอารยธรรมของโลก ผ้าแต่ละประเภทจะมีวรรณะและวาระในการใช้ คนไทยทุกชนชั้นมีผ้าขาวม้าเป็นผ้าเวลาลำลอง ฟังค์ชั่นของมันครอบจักรวาล จะโพก จะนุ่ง จะห่มก็สะดวก พอกลายเป็นผ้าขี้ริ้วก็ยังซับน้ำดี ถ้ายุคแม่พลอยมีหนังสือ Looker คนใส่ผ้าขาวม้าไปเดินตลาดอาจโดนขอถ่ายรูปลงหน้า steet style ก็ได้นะ (ชื่อ เปรม บุญหลง / อาชีพ: ค้าขาย / เสื้อ: จากตลาดบางน้ำนอง / รองเท้า: จากในเมือง / ผ้าขาวม้า: เมียทอให้) แต่พอรัฐบาลเผด็จการจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการปฏิวัติวัฒนธรรม การนุ่งผ้าขาวม้าออกจากบ้านก็ลดความนิยมลง แล้วพอแฟชั่นดำเนินมาสู่ยุคร่วมสมัยในปัจจุบัน ค่าที่ผ้าขาวม้าเป็นของชินตาสามัญประจำบ้าน มันจึงไม่ถูกนำไปใช้พัฒนาเป็นแฟชั่นบ่อยเหมือนผ้าที่มีคุณสมบัติชั้นสูงเช่นผ้าไหมและเส้นใยล้ำค่าอื่นๆ เหมือนเด็กที่ไม่เคยโดนคุณครูคัดเลือกให้ไปเต้นโชว์บนเวทีงานโรงเรียน ผ้าขาวม้าเป็นดาราตกอับที่ถูกแขวนอยู่นอกชานอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว


มาตรการหักดิบสตรีทแฟชั่นไทย

แต่ความเรื่องน้อยของผ้าขาวม้า ก็ดูจะขัดกับงานของลินดา ผู้เป็นดีไซน์เนอร์ประเภท maximumlist งานของเธอเยอะไปหมด ทั้งสีสัน โบว์ ระบาย ลายพิมพ์ ผมเคยแซวเธอตอนทำคอลเล็คชั่นแรกๆ ว่า ทำเสื้อผ้าคลั่งๆ แบบนี้ นอกจากผู้หญิงบ้าๆ อย่างแก ใครที่ไหนมันจะใส่วะ? แล้วลินดาก็บอกว่า “เธอไม่รู้ซะแล้ว ว่าโลกนี้มีผู้หญิงบ้าๆ อย่างฉันเยอะขนาดไหน” ซึ่งก็คงจริงอย่างที่เธอว่า เพราะลินดาทำแบรนด์ Lalalove มาจะสิบปีแล้วตั้งแต่สมัยอยู่ลอนดอน ตอนนี้ก็ยังขายได้อยู่

ต้นไอเดียมาจากบริษัทประชารัฐสามัคคี บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่ต้องการส่งเสริมอาชีพชุมชนทอผ้าทั่วประเทศไทย เขาให้ลินดามารับผิดชอบในส่วนการเพิ่มคุณค่าผ้าขาวม้าที่โลกลืมด้วยงานดีไซน์ ตอนที่ลินดาโทรมาหาผมเป็นเดือนตุลาคม คอลเล็คชั่นเริ่มสเก็ตช์ไปได้จำนวนหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านี้ประชารัฐฯ ส่งลินดาขึ้นเหนือล่องใต้อยู่เกือบสองเดือน เพื่อรวบรวมตัวอย่างผ้าขาวม้าจากชุมชนทอผ้าหลายจังหวัด นำมาเลือกคุณสมบัติและหาทิศทางที่จะพัฒนาเป็นคอลเล็คชั่นแฟชั่นร่วมสมัย ตอนที่ทีม Dudesweet เข้ามาเกี่ยว จึงมีผ้าขาวม้าจากทุกภูมิภาคมาวางให้ดูบนโต๊ะแล้ว ผมยังจำความตื่นเต้นตอนเห็นผ้าทั้งหมดครั้งแรกได้เลย ตอนได้รู้ว่าผ้าขาวม้าเดี๋ยวนี้มันมีหลายเนื้อ หลายสีขนาดไหน สีสะท้อนแสงยังมีเลยคุณ “นี่มันยุคไหนแล้วยะ” ลินดาค่อนขอด “เทคนิคการทอ การย้อมเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว” ผมรู้สึกเชยกว่าผ้าขาวม้าเสียอีก


หน้าที่ของผมไม่เกี่ยวกับการออกแบบเสื้อผ้า แต่จะขายงานเป็นคอลเล็คชั่นได้ต้องมีการเล่าเรื่อง หน้าที่ของ art director คือการสร้างภาษาภาพเพื่ออธิบายเรื่องราวและแรงบันดาลใจของดีไซน์เนอร์ มันคืองานกำหนดสไตล์การถ่ายภาพ กราฟิก การออกแบบเวทีแฟชั่นโชว์ แสงสี ดนตรี ไปจนถึงคลิปโปรโมทคอลเล็คชั่น ลินดาบอกว่าแม้หัวใจของคอลเล็คชั่นจะเป็นการเชิดชูฝีมือช่างทอไทย แต่ก็ไม่อยากได้อะไรฟูมฟายประเภทรูปคุณย่าทอผ้ากลางท้องนาในแสงสุดท้ายของดวงตะวัน เธอบอกว่าที่อยากให้ Dudesweet มาดูเรื่องพวกนี้ เพราะเธออยากเล่าเรื่องผ้าไทยแบบสนุกไร้กฏเกณฑ์ เหมือนทำคอลเล็คชั่นผ้าไทยไว้ใส่ไปปาร์ตี้ “ใส่ผ้าไทยกับรองเท้าผ้าใบมันแปลกตรงไหนเหรอ?” เธอว่า

แฟชั่นเป็นภาษาที่มีไวยากรณ์ของมัน การที่วัตถุดิบมาจากหลายแหล่ง บางทีมันก็คุยกันให้รู้เรื่องยาก คืนหนึ่งในบาร์ ลินดาบอกว่าความท้าทายของผ้าขาวม้า คือพวกส่วนที่ทอมือมาจากหลายพื้นที่ ใยผ้า หรือความแน่นของเนื้อ หรือแม้แต่อารมณ์คนทอก็ไม่เท่ากัน บางผืนจับดูแล้วก็สงสัยว่า คนทอเขาทะเลาะกับผัวตอนทอหรือเปล่าวะ บางผืนก็สัมผัสได้ถึงความละเมียดจนอยากเอามาจับเดรปทำเดรสกรุยกรายใส่ไปงานออสการ์ แต่หน้ากว้างของผ้าดันจำกัดตามขนาดกี่ทอผ้า ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากหาทางทำให้มันมีมาตฐานคงที่ และหาทางผสมเทคโนโลยีล้ำๆ เข้าไปในขั้นตอน แต่นั่นเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และการวิจัย ที่ต้องมีงบมหาศาล


“เดี๋ยวนะ การที่มันมากันคนละที่แบบนี้ไม่ดีเหรอ” ผมถาม “ก็เหมือนคนเราไง มีตั้งหลายคาแร็คเตอร์ แค่ไทยประเทศเดียวก็มีคนตั้งไม่รู้กี่ตำบล กี่ชนเผ่า ชุดที่ออกมาต่อให้เป็นชุดแบบเดียวกัน แต่ก็มีที่มาต่างกัน ความหลากหลายคือจุดแข็งนะ ทำไมเราไม่เล่าเรื่องนี้ล่ะ”

ตอนนั้นเอง ที่เราได้ไอเดียว่า เราจะเล่าเรื่องว่าคอลเล็คชั่น Lalavove x Pakaoma นี้ ในแนวทางเดียวกับตำนานพื้นบ้านปรัมปราที่ไทยมีในทุกภูมิภาค ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชนเผ่าหนึ่ง ชื่อเผ่า Lalavove ได้กระจายตัวกันบุกเข้าไปในดินแดนห่างไกลต่างๆ โดยแสร้งว่าพวกเขามาอย่างเป็นมิตร เพื่อตามหาที่มารากเหง้าของตัวเอง แต่วาระซ่อนเร้นอันน่ากลัวคือ พวกเขาต้องการเข้าไปเผยแพร่ลัทธิ Lalalove เพื่อยึดครองผ้าขาวม้าอันล้ำค่าเป็นของตัวเอง!

โปรดติดตามตอนต่อไป



© 2019 Dudesweet Co., LTD.