© 2019 Dudesweet Co., LTD.

Welcome to the world where truth doesn't hurt

  • Dudesweet

ระหว่างสีดำกับใจอนิช คาปัวร์ อะไรดำกว่ากัน?


ศิลปิน อนิช คาปัวร์ ได้ครองสิทธิ์เฉดสีที่ดำที่สุดในโลก “Vantablack” สีนี้ดำขนาดไหน ก็ให้ดูภาพประกอบที่แปะอยู่นี่ละกันนี่คือภาพของ Vantablack ที่ทาลงบนวัสดุมันวาวสะท้อนแสงได้ดีเช่นอลูมิเนียมยับ แต่มันออกมาดูเป็นปื้นดำเรียบๆ แบบนี้แหละ ต่อให้ตบแฟลชก็ไม่ช่วยให้เห็นความยับของอะลูมิเนียม

กลับไปที่ชั้นเรียนวิทยศาสตร์ เรารู้กันอยู่แล้วว่าเรามองเห็นสีได้เพราะแสงตกกระทบวัตถุแล้วสะท้อนมาเข้าตาเราใช่ป่ะ แต่ไอ้สีดำอันนี้ มันดูดซับแสงถึง 99.97% คือเรียกว่าไม่สะท้อนอะไรออกมาเลย ถ้าเอามาเป็นวัสดุตัดเสื้อ เราก็จะเห็นเป็นแค่ก้อนดำแบนๆ เดินมา ไม่มีความนูนของโครงเสื้อหรือตะเข็บอันเกิดจากการสะท้อนแสงในระนาบที่ไม่เท่ากัน “มันมืดดำเสียจนสายตามนุษย์ไม่รู้ว่ากำลังมองอะไรอยู่” คาปัวร์บอก


Vantablack ถูกคิดค้นเมื่อปี 2014 โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ Surrey NanoSystems ในอังกฤษ มันมีส่วนผสมของ carbon nanotube ที่มีขนาดบางกว่าเส้นผมของคนเราหมื่นเท่า ว่ากันว่าสีดำลึกสุดใจนี้ จะมีประโยชน์สำหรับงานด้านอวกาศ เช่นทำกล้องดูดาว หรือวัสดุกล้องอินฟาเรด คืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการรับแสง (เดาว่าคงเพราะเวลาแสงเข้ามาในกล้อง ค่าของมันมันจะไม่บิดเบือนด้วยการสะท้อนกับลำกล้อง)


งานศิลปะของ Anish Kapoor ส่วนใหญ่ใช้วัสดุสะท้อนแสงได้ดีเช่นกระจกและเหล็กมาสร้างงาน การได้ครอบครองวัสดุที่อยู่ตรงข้ามกับการสะท้อนแสงแบบนี้ คงเข้าทางเขาแหละ แต่เราไม่เห็นด้วยเลย ที่ศิลปินจะยืดครองวัสดุสร้างงานศิลปะเพียงผู้เดียวแบบนี้ สงสัยตอนเด็กๆ มันเป็นพวกมีของเล่นแล้วไม่ยอมแบ่งเพื่อนเล่นบ้าง นิสัยไม่ดี จะฟ้องแม่มัน

ว่าแต่…สรุปว่าเอา Vantablack ไปทำงานศิลปะได้ไหม?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Vantablack ไม่ใช่ชื่อสี ต้นสังกัด Surrey NanoSystem เอาแถลงการขึ้นเว็บว่า Vantablack ไม่ใช่ผงสี ไม่ใช่เม็ดสี แตเป็นชื่อวัตถุสังเคราะห์ระดับอะตอมที่มี “ท่อคาร์บอนนาโน” (carbon nanotube)เป็นองค์ประกอบ


ท่อคาร์บอนนาโนไม่ใช่ของใหม่ มันถูกค้นพบตั้งแต่ปี 1991 โดย ซูมิโอะ ลิจิมะ ศาสตราจารย์ชาวญี่ปุน จากนั้นก็มีการทดลองสังเคราะห์ท่อนาโนไปทำโน่นนี่เรื่อยมา ที่เรียกว่า tube (หลอด) เพราะอะตอมคาร์บอนเหล่านี้เชื่อมโยงกันเป็นตาข่ายที่มีรูรูปหกเหลี่ยม แต่มีลักษณะที่ม้วนตัวเข้าหากันเป็นหลอด (ดูรูป) นักวิทยาศาสตร์บอกว่าโครงสร้างของมันแข็งแกร่งกว่าเหล็ก 60 เท่า คาดว่าถ้าสังเคราะห์มันให้ใหญ่ได้เท่าเส้นผม มันจะแข็งแรงขนาดใช้ลากรถบรรทุกได้เลย แต่…นาโนก็คือนาโน จะหาทางสังเคราะห์ของที่เล็กกว่าเชื้อโรคให้มันใหญ่เท่าเส้นผมเป็นเรื่องยากมาก แต่เขาหาทางทำกันอยู่


ดังนั้น Vantablack จึงเป็นแค่ผลผลิตจากท่อคาร์บอนนาโนอีกรูปแบบหนึ่ง แต่แทนที่จะเอามาทำของแข็งเหมือนก่อนๆ คราวนี้เขาเอาคุณสมบัติทางโครงสร้างซับซ้อนของมันมาใช้เรื่องการสะท้อนแสง กล่าวคือ พอแสงวิ่งเข้ามาในท่อนาโนที่เล็ก–เหี้ย–เหี้ย เป็นหมื่นล้านท่อต่อพื้นที่ไม่ถึงมิลลิเมตรเหล่านี้ มันก็จะเด้งไปเด้งมาอยู่ในท่อหาทางออกไม่ได้ เพราะท่อมันยาวมากเมื่อเทียบกับแสง ถ้าเทียบเป็นคน ก็ประมาณว่าเราเดินอยู่ในป่าทึบที่ต้นไม้แต่ละต้นมีความสูง 3 กิโลเมตร


มาถึงคำถามที่อยากรู้กัน: สรุปเอา Vantablack ไปทำงานศิลปะได้ไหม?

บริษัท Surrey NanoSystem บอกว่า คุณสมบัติของ Vantablack ไม่ได้เหมาะจะเอามาทำงานศิลปะ มันไม่ใช่ของที่เอาพู่กันจุ่มแล้วป้ายลงผ้าใบได้เลย การจะเอามันเคลือบลงบนพื้นผิวใดๆ ได้ ต้องใช้ความร้อนอย่างน้อย 550 องศาเซลเซียส นั่นหมายความว่าวัสดุก็ต้องทนความร้อนนั้นได้ด้วย (ที่เห็นเขาเอามาโชว์คือการทำในห้องแล็บ) ซึ่งในการพัฒนาว่าจะเอามาใช้เป็นวัสดุทำงานศิลปะได้อย่างไรนั้น ทางต้นสังกัดเขาไม่ทำเอง แต่เจรจาสิทธิ์ให้ Kapoor Studio UK ไปหาทางและหาเงินลงทุนทดลองเอาเอง และสิทธิบัตรที่เขาให้ ก็ครอบคลุมเฉพาะในส่วนของงานศิลปะเท่านั้น ถ้าใครอยากจะเอาไปทำสิ่งทอหรือสีทาบ้าน ฯลฯ ก็ลองไปคุยกับเข้าได้

Yves Klein

ที่จริงการคิดเฉดสีใหม่มันก็มีอยู่เรื่อยๆ นะ ไม่งั้นบริษัทสีคงไม่มีงานทำ กรณีที่ดังที่สุดคือสีน้ำเงินเฉด International Klein Blue (IKB) ที่คิดค้นโดยศิลปินชาวฝรั่งเศส Yves Klein ในปี 1960 Derek Jarman ก็เอามาใช้ในหนังเรื่อง “Blue” จากนั้น“Blue Man Group” กลุ่มศิลปิน performance ที่ชอบตีกลองแล้วสีกระฉูด ก็เอามาใช้ทาตัว แต่ถ้าใครชอบงานสีๆ แบบนี้ ให้ลองเสิร์ชชื่อ Katharina Fritsch ดู คนนั้นเราว่าเจ๋งดี


สรุป: เฉดสี Vatablack นี้ยังอยู่ในขั้นตอนของคอนเซ็ปต์และการทดลอง ถ้าอยากได้มาทาบ้านก็ต้องรอให้ Anish Kapoorหาทางให้เจอก่อน ซึ่งยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ตอนนี้ก็ใช้ TOA ไปก่อนละกัน แกลลอนละสี่ร้อยกว่าบาทเอง


จึงขอจบการรายงานเรื่อง Vantablack เชี่ยไรนี่แต่เพียงเท่านี้ สวัสดี.