© 2019 Dudesweet Co., LTD.

Welcome to the world where truth doesn't hurt

  • Dudesweet

Exclusive Interview: The Pedigrees วงไทยที่อินเตอร์ที่สุดในโลก

 “ผมคิดว่าคนไทยคงจะฟังเพลงของพวกผมไม่ได้ครับ เพราะพื้นฐานทางดนตรีของคนไทยต่ำมากครับ”

ถ้าคุณรู้จัก The Strokes, The Hives หรือ Yeah Yeah Yeahs ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่รู้จักวงนี้ พวกเขาคือวงลูกคนรวยจากเมืองไทยล้วนๆ ที่โด่งดังอย่างหนักในอังกฤษ นอกจากเป็นวงเปิดให้ The Rolling Stones แล้ว บัตรคอนเสิร์ตของพวกเขายังขายหมดภายใน 3 ชั่วโมงทุกครั้ง เป็นปรากฏการณ์ที่น่าภาคภูมิใจของชาวไทยทั้งปวงยิ่งกว่า ไทเกอร์ วูดส์ เสียอีก

วันนี้ผมพบกับนักร้องนำและมือกลองในล็อบบี้โรงแรม The Gores ย่านไนท์บริดจ์ในลอนดอน สมาชิกที่เหลือยังคงแฮงก์โอเวอร์ไม่หายจากงานวันเกิดของช่างภาพ Terry Richardson เมื่อคืน ในวันพรุ่งนี้พวกเขาจะต้องเดินทางไปแสดงที่บริสโตล และกลับมาลอนดอนอีกครั้งเพื่อถ่ายสัมภาษณ์กับนิตยสารท็อปฮิต NME เท่าที่รู้มา The Pedigrees เป็นวงที่ขึ้นชื่อเรื่องความขี้หงุดหงิด แต่จากการที่ได้สัมภาษณ์พวกเขา แม้ทางวงจะมีเวลาให้แค่ 15 นาที ก็ทำให้ได้รู้ว่าพวกเขาอัธยาศัยดีและเป็นกันเองมาก หรืออาจเพราะผมเป็นนักข่าวคนไทยด้วยกันก็ได้

The Pedigrees ประกอบด้วย Poplight ร้องนำและกีตาร์ริททึ่ม (ชื่อของเขาต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษและพิมพ์ด้วยฟอนต์ Helvetica Oblique เท่านั้น) เกิดที่นิวยอร์กและจบด้านดนตรีโดยตรงจาก NYC Music Academy กำลังจะกลับไปศึกษาต่อด้านโปรดิวซ์เวอร์ที่แวนคูเวอร์, อาคม มือเบส กำลังศึกษาที่ RCA (Royal College of Art ในลอนดอน) สาขา Sculpture, ยอร์ช ฟลุตและไวโอลิน จบการศึกษาจากสาธิตวิทยาลัยครูนครปฐม และ บัญชา มือกลองไร้การศึกษา




Third World: ก่อนอื่นคุณ Pop ช่วยเล่าประวัติของคุณหน่อย Poplight: ผมเกิดที่นิวยอร์ก คุณแม่ผมเป็นศิลปินแมกซิกันครับ พอเจ็ดขวบก็ย้ายตามคุณพ่อไปอยู่ที่ออสเตรเลีย ไปๆ มาๆ จากนั้นก็ตัดสินใจเข้าเรียนดนตรี ตอนที่ผมจบไฮสคูลผมก็ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร แต่ดนตรีเป็นสิ่งที่ผมรัก ผมเลยเข้าเรียนที่ NYC Acadamy

ทำไมถึงคิดทำวงครับ Poplight: เรื่องค่อนข้างยาวครับ คือวันนึงเรานั่งเล่นไพ่สลาฟกันครับ แล้วก็ฟังเพลงไปด้วย เราก็คิดว่าอยากฟังเพลงอะไรที่มันเข้าหูเรามากกว่านี้ เราก็เอ๊ะ ทางไหนดีที่เราจะทำได้ นั่นก็คือเราต้องทำกันเอง

ออกอัลบั้มมาสี่ดือนแล้ว ถึงตอนนี้ผลตอบรับเป็นอย่างไรครับ Poplight: ฟีดแบคค่อนข้างดี พวกเราจริงใจกับดนตรี ดนตรีก็เลยจริงใจกับพวกเรา นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เราก้าวมาจนถึงจุดนี้ได้ เราไม่ได้คาดหวังกลุ่มแฟนเพลง เราแค่อยากทำดนตรีที่เราชอบมากกว่า ผลตอบรับที่ดีเป็นแค่ผลพลอยได้

สิ่งที่แปลกมากเลย คือเพลงของ The Pedigrees ดังมากในอังกฤษและยุโรป แต่กลับไม่ดังในเมืองไทยเท่าไหร่ เพราะอะไรครับ Poplight: ตรงนี้คือแฟนๆ ในยุโรปให้การตอบรับอย่างดีอาจเพราะเทรนด์เราไปตรงกับที่นั่นก็ได้ครับ บัญชา: ผมคิดว่าคนไทยคงจะฟังเพลงของพวกผมไม่ได้ครับ เพราะพื้นฐานทางดนตรีของคนไทย (เน้นเสียง) ต่ำมากครับ

ได้ยินว่า The Pedigrees ได้รับแรงบันดาลใจจากวงอพาร์ตเม้นคุณป้า Poplight: ค่อนข้างมากเลยครับ เพราะเป็นวงที่หน้าตาดี ทำเพลงกันเอง และมีคอนเซ็ปต์ บัญชา: หา?

คุณบัญชาไม่ชอบหรือครับ? บัญชา: ผมไม่เคยชอบวงนี้ครับ นั่นมันแรงบันดาลใจของพวกมัน ไม่ใช่ของผม แรงบันดาลใจของผมคือจิมมี่ เฮนดริกซ์, Led Zeppelin และออสซี่ ออสบอร์น

คิดอย่างไรกับวงดนตรีไทยปัจจุบัน Poplight: คิดว่าผมไม่อยากให้พวกเขามาเลียนแบบเราครับ พราะคนเรามันต้องมีความเป็นตัวเอง บัญชา: ผมไม่เคยฟังเพลงไทย ผมฟังแต่เพลงต่างประเทศ


The Pedigrees in London (Photo: ชาติฉกาจ ไวกวี)

ทำไมถึงชื่อวง The Pedigrees? Poplight: ชื่อนี้มันไม่ได้แปลว่าอาหารหมานะครับ มันแปลว่าสายพันธุ์ครับ มันหมายถึงความแท้ ความแน่นอน ความเป็นตัวจริง ของจริง

ได้เจอวง Moderndog หรือยังครับ Poplight: เคยเจอกันผ่านๆ เค้าจะงับผมเลย (หัวเราะ) ผมว่าลึกๆ แล้วพวกเขาอิจฉาเรานะ แต่บอกตรงๆ ผมไม่สนหรอก I don’t give a shit เพราะสิ่งเดียวที่ผมแคร์คือดนตรี

ช่วยเล่าถึงดนตรีของพวกคุณให้ฟังหน่อย Poplight: เป็นการาจพังก์ครับ เหมือนวง The Strokes หรือ The Libertines

คุณ Pop เป็นเพื่อนกับนักร้องนำ The Strokes ด้วย Poplight: อ๋อ จูเลี่ยนหรือครับ (หัวเราะ) เขาก็เป็นเด็กดี เราเคยพักอยู่ย่านเดียวกันในนิวยอร์ก ไม่สนิทกันมาก ผมรู้จักเขาก่อนที่จะฟอร์มวง The Strokes

จริงหรือเปล่าที่คุณเป็นแรงบันดาลใจให้เขาฟอร์มวง Poplight: มีส่วนครับ ผมอาจเป็นแรงบันดาลใจให้เขานิดหน่อย คือตรงนี้ผมไม่อาจจะเอ๊กซ์เพลนได้ครับ

คุณ Poplight ได้ใส่ความเป็นไทยไปในดนตรีการาจพังก์ของคุณบ้างไหมครับ Poplight: ผมก็ใส่เสียงระนาดไปในบางเพลง เนื้อร้องก็ผสมผสาน ก่อนหน้านี้ผมได้คุยกับ David Asher เรื่องการผสมผสานเนื้อร้อง David Asher นี่ผมชอบเขามานานแล้ว และรู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมงานกัน

คุณ Poplight ได้แรงบันดาลใจจากคุณพ่อหรือเปล่า เพราะคุณพ่อเป็นนักดนตรีในวง Linkin Park Poplight: ก็ไม่มากครับ คือเราเจอกันน้อย คุณพ่อต้องออกทัวร์คอนเสิร์ตตลอด

คนไหนคือพ่อคุณครับ Poplight: ไม่รู้คนไหนเหมือนกันครับ

คุณบัญชาล่ะครับ จบจากที่ไหน บัญชา: ผมจบ ป. 3 ที่อุบลราชธานีครับ หลังจากจบก็ทำงานขนผักอยู่ในตลาดหน้าศาลากลางมาตลอด ซึ่งเป็นผลดีมากต่อความหนักหน่วงในการตีกลอง ก่อนหน้านี้ผมตีกลองให้กับพวกแคมป์จีไอ พอดีเห็นเขาลงโฆษณาใน NME ว่าต้องการมือกลอง ผมก็เลยลองติดต่อไป แล้วลองมาเทสต์ดู ตอน try out ตื่นเต้นน่าดู เหงื่อแตกเลย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี

จริงหรือเปล่าที่คุณ Poplight เคยเดทกับหนึ่งในสองสาว M2M Poplight: (หัวเราะ) โห ข่าวมาเลย แมเรี่ยนน่ะเหรอครับ เธอก็น่ารักดีครับ ไม่ขอพูดดีกว่า เพราะจะไม่ดีต่อความสัมพันธ์ของผมและสองสาว t.A.T.u

คุณบัญชาเคยเดตกับเคลลี่ ออสบอร์นด้วย Poplight: (หัวเราะ) โห ข่าวมาเลย แมเรี่ยนน่ะเหรอครับ เธอก็น่ารักดีครับ ไม่ขอพูดดีกว่า เพราะจะไม่ดีต่อความสัมพันธ์ของผมและสองสาว t.A.T.u

มีกรุ๊ปปี้มาขอนอนด้วยประจำเลย กรุ๊ปปี้ชอบให้เอาท่าไหนครับ บัญชา: โอ๊ย ผมไม่อยากพูดไปครับ เดี๋ยวย้องเขาจะเสีย

มีเรื่องนึงที่คนฝากถามกันมาก คือเรื่องที่คุณ Poplight ไปชกปากเลียม กัลเลเกอร์ ในผับที่อิตาลี่ Poplight: เรื่องนี้ผมไม่อยากพูดถึงเลยครับ คืนนั้นเขาเมามาก ทำตัวเป็นร็อคสตาร์ ตอนนั้นผมยังไม่ได้ฟอร์มวง เขาเมาแล้วมาหาเรื่อง ก็สมควรแล้วครับ (ทำสีหน้าสะใจ)

ได้ดินเนอร์กับมาดอนน่าด้วย Poplight: อ๋อครับ ก็ไปกันทั้งวง คือมาดอนน่าพยายามชวนเราเข้าสังกัดครับ แต่ผมปฏิเสธไปว่า “โน แต๊งกิ้ว”

กินอะไรกันครับ Poplight: รู้สึกจะเป็นขาแกะนะครับ

ตอนนี้ได้ยินว่าซุ่มทำอัลบั้มใหม่กันอยู่ คอนเซ็ปต์เป็นยังไง บัญชา: ตอนนี้ผมเน้นฮิปฮอปครับ ผสมกับ Led Zeppelin คิดดูสิครับว่าจะเป็นยังไง อาจมีเสียงแสครทแผ่นและบีตบ๊อกซ์ด้วย

อัลบั้มใหม่คุณบัญชาโปรดิวซ์ร่วมกับใครครับ บัญชา: Nigel Godrich, นิติพงษ์ ห่อนาค, สุกี้ แล้วก็อาจารย์บรูซ แกซตันครับ พวกเขาเป็นคนที่เราชื่นชมกันมาก และเราร่วมงานกันได้ดี

มีอะไรฝากถึงแฟนเพลงชาวไทยไหมครับ บัญชา: โชคดีเถอะมึ้ง!

คุณ Poplight อยากแนะนำเพลงไหนให้คนที่ยังไม่เคยฟัง The Pedigrees ครับ Poplight: คงเป็นซิงเกิ้ลแรกของเราครับ เพลง ‘Sea of Shit’ เป็นเพลงที่เสียงกลองหนักหน่วงมาก เสียงกลองเด่นเป็นสไตล์บอสซาโนวา

คุณบัญชาล่ะครับ บัญชา: แทร็คที่สี่ครับ เพลง ‘Fucking the Dog’ เพราะนอกจากเนื้อหาที่เข้าท่าแล้วเนี่ย ดนตรียังเข้าท่ามาก เพลงนี้เสียงกลองไม่เด่น เพราะผมต้องการเป็นแบ็คกราวด์ที่ดีให้เสียงฟลุตของยอร์ช

มีโปรแกรมจะไปทัวร์เมืองไทยไหมครับ Poplight: ไม่ล่ะครับ เรากลัวมีคนเอาวอไปรับที่สนามบินเหมือนไทเกอร์ วูดส์ บัญชา: ทำอะไรกันเสี่ยวๆ

No views yet