Welcome to the world where truth doesn't hurt

  • Dudesweet

Painkiller: ว่าด้วยความเข้มแข็งที่เกิดจากความสูญเสีย

สามพี่น้องเฑียรฆประสิทธิ์เป็นศิลปินกันทั้งบ้าน โม่-ภูมิศักดิ์ พี่ชายคนโตเป็นสถาปนิก, โอ-ธีรวัฒน์ พี่ชายคนกลาง เป็นศิลปินภาพประกอบ, และ อร-สิริอร น้องสาวสุดท้องเป็นดีไซน์เนอร์ สิ่งหนึ่งที่ทั้งสามมีเหมือนกัน คือหัวใจที่จงรักเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 และ Painkiller คอลเล็คชั่นนี้ มีนัยยะที่ต้องการจารึกความทรงจำแห่งการสูญเสียครั้งสำคัญนี้ไว้กับแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายแบรนด์นี้ของพวกเขา

แต่ไม่มีรูปภาพหรือสัญลักษณ์ใดที่แบรนด์นำมาใช้เพื่อสื่อสารแบบตรงตัว เนื้อหาซึ่งเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ ถูกสะท้อนด้วยการนำเทคนิคการซ่อมแซมเสื้อผ้ามาใช้ออกแบบ แล้วถ้ากางเสื้อออกดู ก็จะเห็นการลงลึกไปถึงการออกแบบแพทเทิร์น ที่มีลักษณะเหมือนการเก็บชิ้นส่วนที่แตกไปแล้วมาประกอบใหม่ หากจะประติดประต่อกันได้ แต่ก็ไม่เหมือนเดิม แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นความหมายเชิงบวกที่สิริอรต้องการจะบอก ว่าแม้เราจะบอบช้ำ แต่เราก็ต้องสู้ต่อไป และต้องเข้มแข็งกว่าเดิม

สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครสังเกต เพราะแบรนด์เองก็ไม่ได้คิดว่าต้องโอ้อวด คือ Painkiller มีการนำผ้าไทยพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้ในหลายคอลเล็คชั่น แต่ใช้ได้ร่วมสมัย Hypebeast มาก ไม่ออกมาเป็นไทยพ่อกำนัน อบต. ใดๆ ทั้งสิ้น และหากมองย้อนไปในธีมที่ผ่านมาของแบรนด์ เราก็จะเจอความเป็นไทยที่ Painkiller เลือกมาใช้เป็นแรงบันดาลใจได้อย่างเข้าท่า เช่นคอลเล็คชั่น “มิตรแท้” ในปี 2011 ที่นำบรรยากาศเมืองไทยในเรื่อง “มอม” เรื่องสั้นของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ มาออกแบบเสื้อผ้า หรือคอลเล็คชั่นที่แล้ว ที่เป็นเรื่องของไดโนเสาร์ที่ขุดพบในภาคอีสาน ซึ่งหลายพันธุ์นั้นดึกดำบรรพ์กว่าตัวฮิตๆ เล่นหนังบ่อยอย่างทีเร็กซ์เป็นล้านปี


“อรชอบดูผ้าไทยมาตั้งแต่เสมัยเริ่มเรียนแฟชั่น” เธอเล่าถึงความหลงไหลที่ไม่ค่อยมีใครรู้ “เป็นคนชอบผ้าไทยมากและพยายามศึกษาตลอด เอามาใช้ทำโน่นนี่นั่นอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้อยากใช้ออกมาให้มันเป็นไทยแบบเอิงเอย ความเป็นไทยที่นำมาใช้ จะเป็นสิ่งที่บางทีคนไทยก็มองข้ามไป อย่างเรื่องไดโนเสาร์ที่อีสาน พันธ์ุที่ขุดพบนี่ก็เป็นตัวพ่อๆ ของทีเร็กซ์เลย เก่าแก่กว่าพวกไดโนเสาร์ที่ถูก PR เยอะๆ หลายตัวเลย”

รอบก่อนดีไซน์เนอร์ไปลงพื้นที่อยู่หลายครั้ง และนำผ้าจากอีสานมาใช้อย่างสนุกสนาน ส่วนคอลเล็คชั่นนี้สามพี่น้องก็ขึ้นเหนือไปหาผ้ามาใช้ในบางส่วนของคอลเล็คชั่นเช่นเคย

“คอลเล็คชั่นนี้ก็รู้สึกว่ามันต้องเป็นคอลเล็คชั่นที่เกี่ยวกับไทยๆ เราก็เลยเลือกลายผ้าไทยที่มีความเรขาคณิตหน่อย เช่นนำลายลูกแก้วหรือลายราชวัตมาตัดทอน แล้วผสมกับลายพิมพ์ของเรา เหมือนเป็นลายผ้าไทยที่มาโดนปะอยู่บนลายของเราอีกที ก็เริ่มที่เชียงใหม่ ไปสั่งเขาย้อมผ้า ทอผ้า แล้วก็ต้องรอพักใหญ่ให้เขาทอเสร็จ”

“ส่วนการทำแพทเทิร์นคอลเล็คชั่นนี้ก็ลีลามาก ปกติเสื้อผ้าผู้ชายแพทเทิร์นมันจะไม่ค่อยลีลา แต่คราวนี้เราพูดเรื่องความงามของความไม่สมบูรณ์ เหมือนใจที่มันแตกไปแล้ว แล้วเราเก็บกลับมาประกอบใหม่ให้มันเหมือนเดิม แต่มันก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เราก็เลยใช้คอนเซ็ปต์นี้ เช่นแพทเทิร์นเสื้อผ้าที่แตกแล้วเอากลับมาเย็บใหม่ แต่ยังไงมันก็กลายเป็นเสื้อผ้าที่ไม่เหมือนเดิมอยู่ดี”

“ฟังดูเศร้าจัง” เราออกความเห็น “แต่ความเศร้ามันก็สวยนะ” เธอตอบ “ด้วยความรู้สึกที่แหว่งวิ่น และบาดแผลที่เรามี ก็ทำให้เราสวยขึ้น”


นี่เป็นคอลเล็คชั่นที่เธอตั้งใจทำมากๆ

โชว์ของ Painkiller ที่  ELLE Fashion Week 2017 คือวันพุธที่ 30 สิงหาคม เวลา 21.00 น.

www.painkilleratelier.com facebook.com/PAINKILLERATELIER

© 2019 Dudesweet Co., LTD.