Welcome to the world where truth doesn't hurt

  • Dudesweet

Sarran: เริ่มด้วย passion ในความเป็นไทย กลายเป็นผลงานเครื่องประดับที่วางขายในกว่า 20 ประเทศ

ใครๆ ก็อยากส่งเสริมความเป็นไทย แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้อย่างที่พูดกัน หนึ่งในคนที่พูด คิด และทำได้ คือ ศรัณญ อยู่คงดี ดีไซเนอร์เครื่องประดับมาแรง บอกเคล็ดลับให้เราฟังผ่าน 5 คำสำคัญในการสร้างสรรค์ให้ “สราญ” หรือ “Sarran by Sarran Youkongdee” กลายมาเป็นแบรนด์เครื่องประดับแบบไทยๆ ที่น่าสนใจที่สุด ณ เวลานี้

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่หนุ่มวัย 30 ต้นๆ คนหนึ่งจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักออกแบบเครื่องประดับจิวเวลลี่ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ด้วยผลงานที่นำเสนอความเป็นไทยให้ดูร่วมสมัยได้อย่างลงตัว และการทำการตลาดที่โดดเด่นและชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น หรือการใส่กลิ่นหอมเล่นกับประสาทสัมผัสของผู้สวมใส่ลงไปในชิ้นงาน ที่ทำให้ผลงานของเขาได้รับการพูดถึงมากที่สุดในวงการแฟชั่นและเครื่องประดับไทย จนถึงระดับสากล ที่ผลงานได้ไปวางจำหน่ายกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

ศรัณญเติบโตมากับครอบครัวที่มีคุณแม่เป็นหัวหน้าครอบครัวเพียงลำพัง ที่ต้องผ่านอุปสรรคและความลำบากมากมาย แต่ต่างจากเด็กในวัยเดียวกัน ที่ฝันอยากเป็นทหาร หมอ หรือนักบิน ศรัณญมีความฝันอันแน่วแน่ว่าอยากเป็นนักออกแบบ อันเกิดมาจากการซึมซับมาจากสิ่งต่างๆ ที่อยู่รายล้อมตัวเขาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาเริ่มชัดเจนกับความต้องการของตัวเองมาตั้งแต่บัดนั้น และค่อยๆ ศึกษาหาความรู้และลงมือทำในทันทีที่มีโอกาส ไม่ว่าจะการลองเป็นนักออกแบบตกแต่งภายในสมัครเล่นตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น ต่อด้วยการเข้าเรียนศิลปะ ก่อนจะเบนเข็มมาเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ในแขนงวิชาที่ว่าด้วยวัสดุศาสตร์


เมื่อลองหันกลับไปมอง ก็จะพบว่าทั้งหมดที่เขาลองทำและได้ร่ำเรียนมานั้น ล้วนกลายมาเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ส่งผลให้เขาสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ และแบรนด์เครื่องประดับ Sarran by Sarran Youkongdee ก็ทำให้จากแค่ความฝันกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้สมใจ


อะไรทำให้เขาประสบความสำเร็จ ผ่านมุมมองที่บอกเล่าได้ด้วยคำ 5 คำต่อไปนี้


Art

“มันคือครึ่งนึงของชีวิตผม ผมใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิต เพราะศิลปะสำหรับผมมันสื่อถึงการใช้อารมณ์ในการทำงานมากกว่าเหตุผล ซึ่งนั่นทำให้มันแตกต่างออกไปจากการเป็นนักออกแบบ ที่จะต้องมีเรื่องของหลักการขายเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงานด้วย ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมเป็น หรือสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่”


Journey

“หลายครั้งที่การเดินทางของผมทำให้ผมได้รับโอกาสที่ดีที่จะขยายแบรนด์ หรือนำเสนอแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งก่อนหน้านี้ผมมองว่ามันเป็นแค่ความบังเอิญที่ทำให้ตัวผมได้รับโอกาสดีๆ ต่างออกไป เช่นการที่ผมกำลังจะนำแบรนด์ไปแสดงและวางขายที่นิวยอร์คในปีหน้า การได้เดินทางไปนิวยอร์ค มันเป็นเหมือนการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตของผมก็ว่าได้ มันคือการได้ทำตามความรู้สึกของตัวเอง กับการเดินทางไปตามรอยคุณพ่อของผมที่ท่านเป็นชาวจีน-อเมริกัน ซึ่งตัวผมเองไม่เคยได้มีโอกาสได้อยู่กับเขา การได้มาเยือนเมืองที่เป็นบ้านของพ่อตัวเอง มันเลยเป็นความรู้สึกพิเศษที่ทำให้ผมอยากเริ่มต้นปักหมุดแบรนด์ของตัวเองในเมืองนี้ให้ได้ในปีหน้า ซึ่งถือเป็นเป้าหมาย ที่ไม่ได้เป็นแค่เรื่องบังเอิญอีกต่อไป”


Thai-ness

“ความเป็นไทยสำหรับผมมันติดตัวเรามาตั้งแต่ตอนเกิดแล้ว ตั้งแต่การทำคลอด การใช้ชีวิต อากัปกิริยาของคนไทย อย่างการแสดงอารมณ์ที่เรียกว่าจริตแบบไทยๆ การชะม้อยชายตาของหญิงไทยที่ไม่เหมือนชาติไหน จึงอาจมองได้ว่าความเป็นไทยของผม ผมมองมันผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง ที่ก่อให้เกิดความรู้สึก และเราเอามันมาถอดร่าง กลายมาเป็นแนวคิดในการสร้างงาน มันไม่จำเป็นว่าความเป็นไทยต้องเป็นรูปธรรมอย่างลายกนก ลายไทย หรือสิ่งของเครื่องใช้เท่านั้น เราอยู่กับความเป็นไทยอยู่ตลอดเวลา และตลอดชีวิตของเราเองอยู่แล้ว”


Inspiration

 “ก่อนหน้านี้ผมมักสับสนระหว่างแรงบันดาลใจ และแนวความคิด จนผมคิดได้ว่า จริงๆ แล้วมันแตกต่างกัน เพราะแรงบันดาลใจของผมมันคือสื่งที่เราได้รู้ได้เจอได้สัมผัสอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ต้องไปปรุงแต่งอะไรให้มันออกมาเป็นแนวความคิด แรงบันดาลใจของผมมันก็คือเรื่องใกล้ตัวที่อยู่รอบๆ เรานั่นเอง อย่างการที่ได้เติบโตมากับแม่ ได้อยู่กับแม่ ผู้หญิงคนที่ผมรักมากที่สุด มันก็ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานได้เช่นกัน โดยไม่ไปคิดแนวคิดอะไรต่างๆ ขึ้นมาใหม่”


Passion

“สำหรับผมแล้ว Passion สูงสุดในชีวิตคือการได้ทำชีวิตตัวเองให้มีความสุข ได้หลุดจากโลกแห่งความเป็นจริง รวมถึงทำให้คนรอบข้างเรามีความสุข โดยยึดหลักความกตัญญู ผมมองว่าการที่เรามีความกตัญญู มันจะช่วยให้เราสามารถขยายคนที่รักมากขึ้นไปได้อีกเรื่อยๆ และทำให้ชีวิตเราเต็มไปด้วยความสุข จนสามารถหลอมรวมทุกสิ่งในชีวิตไว้ด้วยกันได้ โดยไม่ต้องไปมองมันแบบแยกส่วน ว่านี่คือความรัก หรือนี่คือการทำงาน สำหรับผมแล้วถ้าเราได้ทำในสิ่งที่มีความสุข ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม แค่นี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้ว”


Surreal but Nice น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายของผู้ชายคนนี้


สัมภาษณ์โดย ไก่-มานิตย์ มณีพันธกุล


Sarran Yuukongdee เป็น 1 ใน 3 Fresh Faces ของ ELLE Fashion Week 2017 โชว์ของเขาคือวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน เวลา 15.00 น.

www.sarranyoukongdee.com facebook.com/sarran1982

© 2019 Dudesweet Co., LTD.