30 Apr 18
 

30 Apr 18 / Third WorldBalenciaga อาจถึงคราวพินาศในตลาดจีน เพราะการขอโทษที่ฟังดูหยิ่งยโสไม่น่าให้อภัย

ฐานลูกค้าสำคัญของ Balenciaga คือเมืองจีน พวกเขาสำคัญขนาดส่งผลให้ Kerring บริษัทต้นสังกัดของแบรนด์ขายดีขึ้น 27% ในไตรมาสแรก เพราะจีนกลับมาจับจ่ายอีกครั้งหลังเศรษฐกิจซบเซาอยู่สามปี

ตอนนี้จีนคือประเทศที่บริโภคสินค้าและบริการหรูหราเป็นอันดับ 1 ของโลก เป็นตลาดหอมหวานที่ทำให้ทุกแบรนด์ luxury ในโลกน้ำลายไหล เพราะการเติบโตของตลาดชนชั้นกลางที่รวยขึ้น มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นรัวๆ ส่วนเอเชียก็เป็นทวีปที่มีมหาเศรษฐีเยอะที่สุดในโลก (เกินครึ่งเป็นคนจีน) บาเลนเซียก้าเองก็เป็นแบรนด์ที่ขายดีหลักๆ คือในเอเชียตะวันออก ด้วยกิมมิคที่ทำให้ทาสแฟชั่นชาวเอเชียร้องอู้อ้าทุกซีซั่น กระเป๋าสำเพ็งเอย กระเป๋าเครื่องนอนเอย กระโปรงยางรถเอย แล้วถ้าส่อง IG ของบาเลนเซียก้า ก็จะพบว่าคอมเม้นต์ส่วนใหญ่คือเด็กเอเชียที่เข้าไปร้องว่าหูย ล้ำอ่ะ แอนตรี้แฟชั่ลสุดๆ! 

แต่จากนี้ทุกอย่างอาจทรุด เพราะบาเลนเซียก้าดันทุบหม้อข้าวตัวเองด้วยการทำให้คนจีนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟทั้งแผ่นดิน


Balenciaga Triple S (Photo: Balenciaga)


เหตุเกิดเมื่อห้าวันก่อน (พุธ 25 เมษายน) ในห้างแพรงต็อง ห้างหรูกลางปารีส (ห้างนี้เคยมาเปิดสาขาที่เสรีเซ็นเตอร์ แต่ไม่กี่ปีก็ปิดตัว) เมื่อผู้ใช้ WeChat ชื่อ Paituzhuli (拍图助理) โพสต์คลิปจากที่เกิดเหตุ พร้อมเล่าว่า

“ฉันโมโหจนตัวสั่น ชาวจีนในต่างแดนเป็นชนชั้นสองเสมอ ฉันไปต่อคิวซื้อรองเท้าบาลองเชียก้ารุ่น Triple S ทุกวัน และคนฝรั่งเศสเชื้อสายอัลบาเนียก็ได้ลัดคิวทุกวันแต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ วันนี้ มีป้าคนหนึ่งโวยวายใส่ชายอัลบาเนียห้าคนที่พยายามแซงคิว หนึ่งในนั้นผลักเธอและทำท่าจะต่อยเธอ ลูกชายของป้าจึงเข้ามาปกป้องแม่ตัวเอง แต่กลับโดนอัลบาเนียนทั้งห้าคนรุมทำร้าย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนเข้ามาห้าม แต่ห้ามด้วยการล็อคตัวหนุ่มจีน ความวุ่นวายจบลงที่ท้างร้านยกเลิกการขาย แต่มันน่าโมโหที่อัลบาเนียนห้าคนนั้นกลับซื้อได้ ส่วนบาเลนเชียก้าดูถูกคนจีนที่ต่อคิวทั้งหมด ด้วยการไล่พวกเขาออกไปจากร้าน แล้วบอกว่าไม่ต้องกลับมาอีก”



">


ภาพในคลิปเป็นการ์ดสองคนล็อคคอหนุ่มชาวจีน มีชาวอัลบาเนียนห้าคนรุมเตะต่อย คนในเหตุการณ์มาเม้นต์เสริม ว่าพอหยุดตีกัน พนักงานในร้านก็ตะโกนไล่คนจีนที่ต่อคิวให้ออกไปจากร้านให้หมด แล้วบอกว่าพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องกลับมาแล้ว ราวกับว่าคนจีนเป็นตัวปัญหา


คนเป็นแม่เห็นภาพลูกตัวเองโดนรุมต่อหน้าแบบนี้ต้องช้ำใจอย่างหนัก


บาเลนเชียก้าใช้เวลาสองวัน กว่าจะออกมาแถลงผ่านแอคเค้าท์ Weibo (เหมือนทวิตเตอร์ของจีน) และทวิตเตอร์ของแบรนด์ ซึ่งแถลงนั้นก็ทำให้คนจีนโกรธขึ้นไปอีก เพราะมันห้วนมาก ดูป็น “แถลงเหตุการณ์” มากกว่า “แถลงขอโทษ”



“บาเลนเซียก้ารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวานนี้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในปารีส ขณะที่ลูกค้ากำลังรอเข้าร้านสาขาย่อยในห้าง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าระงับเหตุในทันทีเพื่อให้เหตุการณ์สงบ บาเลนเซียก้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อลูกค้าที่อยู่ในเหตุการณ์ และขอยืนยันหนักแน่นในความเคารพลูกค้าทุกท่านอย่างเท่าเทียมกัน

เราอ่านแล้วก็คิดว่านี่เป็นการขอโทษแบบขอไปทีทีทุเรศมาก เป็นการขอโทษแบบรวมๆ ไม่ได้บอกว่าจะมีมาตรการอะไรต่อไป ไม่ได้ระบุว่าขอโทษใคร ไม่ต่างอะไรกับการพูดว่า “เนี่ย คนตีกันในร้าน การ์ดก็จับแยกให้แล้ว จะให้ทำไรอีก งั้นก็ขอโทษละกัน จบนะ” เป็นโทนการการเขียนที่เย็นชาเสียจนทำให้เราจินตนาการภาพทีมบาเลนเซียก้าคงเต็มไปด้วยเด็กเชิ่ด โอหัง คิดว่าตัวเองเก๋สุดๆ ที่ได้ทำงานที่นี่ จนไม่อยากลดตัวไปขอโทษไอ้คนจีนพวกนั้น แถมในอินสตาแกรมยังมีหลายคนแจ้งว่าโดนไล่ลบคอมเม้นต์ภาษาอังกฤษอีก นี่เค้าทำอะไรของเค้าเนี่ย?

นี่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างหรือเปล่า? ว่าตัวเองได้ปู้ยำทำร้ายคุณค่าที่คนจีนเชิดชู คือศักดิ์ศรีที่โดนหยามทั้งลูกและบุพการี แถมยังไล่ตะเพิดคนจีนที่เหลือทั้งหมด ทั้งที่เขาไม่ได้มาขอข้าวกิน



การขอโทษแบบนี้ มีแต่จะเติมเชื้อไฟให้ชาวจีนรู้สึกโดนหยามเกียรติขึ้นไปอีก คลิปต้นเรื่องที่ตอนปล่อยออกมาก็มีคนดู 10 ล้านคนภายในเวลาแค่ 1 ชั่วโมง บัดนี้ถูกก๊อปแพร่กระจายมีคนดูรวมกันทะลุร้อยล้านวิว เหตุการณ์บานปลายไปมากจนกลายเป็นเรื่องเหยียดชาติพันธ์ุ กลายเป็นข่าวใหญ่ในเมืองจีนทุกช่องทีวีและทุกสื่อที่เหลือ ชาวจีนไม่ยอมรับการขอโทษนี้ พวกเขาสร้างแคมเปญจน์ #BoycottBalenciagaDiscriminatesChinese
คว่ำบาตรบาลองเซียก้า เพื่อประกาศว่า “จะไม่ซื้อบาเลนเซียก้าอีกต่อไป”

ตอนนี้ล่ะมั้ง ที่แบรนด์เพิ่งรับรู้พลังดราม่าของชาวเอเชีย ที่เมื่อผนึกกับพลังชาตินิยมแล้ว มันจะน่ากลัวมาก 😈 “ถ้าจีนไม่ซื้อแล้วกูจะเหลือใคร” คิดได้ดังนี้จึงค่อยๆ นั่งลง แล้วไถเก้าอี้เข้าหาคีย์บอร์ดอย่างเจี๋ยมเจี้ยม เริ่มพิมพ์แถลงขอโทษที่มีน้ำมีเนื้อ คราวนี้มีการระบุขอโทษ “Chinese Customers”  ชัดเจน เหมือนเพิ่งจำได้ว่ามีคนจีนโดนรุมเตะกองอยู่บนพื้นร้านตัวเองเมื่อสี่วันก่อน


ภาพจาก Balenciaga’s Facebook


แถลงการณ์ฉบับที่สอง บาเลนเชียก้าบอกว่า ทางแบรนด์เชื่อเรื่องความหลากหลายและเท่าเทียมกันทางเชื้อชาติ ตอนนี้แบรนด์สั่งพักงานผู้จัดการร้านไปแล้ว และจะสอบสวนเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียด นอกจากนี้จะสร้างระบบการซื้อสินค้าที่ทำให้ไม่ต้องต่อคิวยาวๆ 

ส่วนหนึ่งที่บาเลนเซียก้าขอโทษแบบแห้งๆ ในรอบแรก คงเพราะถือว่าร้านนั้นเป็นร้านสาขามุมย่อยในห้าง (corner shop) ความรับผิดชอบจึงน่าจะอยู่ที่ตัวห้างแพรงต็อง ซึ่งห้างก็ออกมาขอโทษเป็นภาษาจีนใน Weibo ช้าไปสี่วันเช่นกัน โดยสัญญาว่าจะอบรมพนักงานเพิ่มเพื่อรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ และจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก


(ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์) ชาวจีนต่อคิวซื้อสินค้าแบรนด์เนมมีทั่วไปในปารีส ส่วนหนึ่งเพราะราคาถูกกว่าที่จีน 20% (Photo: Getty Images)


แต่สุดท้ายมันก็คือบริเวณรับผิดชอบของร้านบาเลนเซียก้าอยู่ดี แบรนด์จึงไม่สามารถอ้างได้ ว่าคนตีกันในร้านไม่ใช่ความผิดของแบรนด์ เพราะคนที่ยอมจ่ายรองเท้าคู่ละ 25,000 บาท ย่อมคาดหวังประสบการณ์อันพึงใจในร้าน ไม่ว่าจะความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเดินเข้าร้าน ความรู้สึกสวยและรวยมากเมื่ออยู่ในร้าน ความรู้สึกฟินเมื่อเดินถือถุงออกมาจากร้าน ไม่ใช่เข้าไปแล้วโดนกระทืบแบบนี้ เพราะแบรนด์ไม่ยอมจัดการเรื่องคิวให้ดีตั้งแต่แรก

การอบรมพนักงานด้านบริการเป็นหัวใจหลักของธุรกิจสินค้าหรูหรา เพื่อซื้อใจลูกค้าจีนคืนมา เห็นทีบาเลนเซียก้าอาจต้องปิดร้านทั่วประเทศ 1 วัน ไม่ว่าจะสาขาใหญ่หรือย่อย เพื่ออบรมพนักงานเรื่องบริการและความหลากหลายทางเชื้อชาติแบบที่สตาร์บัคส์ทำตอนเกิดเรื่องบ้างแล้ว