03 Jun 18
 

03 Jun 18 / Third Worldและนี่คืออัลบั้มที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย [รีวิว]

Artist : BIG TWOS
Album :
สี่ปีเเล้วไงหรา
Label : Gong Tup Records


เรารู้จักคู่ดูโอศิลปินเพลงแนวเพื่อชีวิตปากท้อง “BIG TWOS” มาสี่ปีแล้ว กับซิงเกิ้ลเพลงฮิตติดชาร์ตอย่างคืนความสุขให้ประเทศไทยและอีกหลายซิงเกิ้ล ที่ไม่ว่าปล่อยตัวไหนมา ก็ฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง อย่าง แท้ จริง เพราะฟังง่าย ติดหูเหมือนโดนสะกดจิต ถ้าไม่ติด ก็ต้องติด ถ้าไม่ฮิตก็ต้องฮิต และถ้าไม่คล้อยตาม ก็ต้องคล้อยตาม

โดยคอนเซ็ปต์ อัลบั้มนี้พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานแสดงดนตรีพังก์กลางเมืองโดยเพจ “สี่ปีแล้วนะไอ้สัตว์” ที่มีชื่องานคอนเสิร์ตว่า “จะ 4 ปีเเล้วนะไอ้สัตว์ ซึ่ง The BIG TWOS เห็นต่างอย่างสิ้นเชิง เลยตั้งใจคลอดอัลบั้มเต็มที่ชื่อว่า “4 ปีเเล้วไงวะไอ้เหี้ย” ออกมาอย่างไม่นำพา แต่ตอนหลังขอเปลี่ยนชื่อเป็นสี่ปีเเล้วไงหราหลังจากจากสงบสติอารมณ์ได้ แล้วคิดได้ว่าควรซอฟต์เอาใจแฟนเพลงนิดนึง



โปสเตอร์โปรโมทงานคอนเสิร์ต “จะสี่ปีแล้วนะไอ้สัตว์” ที่จัดไปเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจากเพจ 4 ปีแล้วนะไอ้สัตว์ )


แต่การที่ The BIG TWOS เพิ่งมาออกอัลบั้มเต็มตอนนี้ ดูจะช้าไปหน่อย เพราะทุกซิงเกิ้ลที่ผ่านมาของ The BIG TWOS ก็แต่มาตรฐานเดิมๆ ชื่อเสียงและกระแสนิยมนั้น ก็ลดลงน้อยลงทุกวัน แต่ทั้งคู่ก็ยังต้องการทำเพลงอัลบั้มเต็ม เพราะเห็นว่า คงเป็นการเห็นแก่ตัวไปหน่อย ถ้าทั้งคู่ไม่แบ่งปันความสุขให้แฟนเพลงทั่วประเทศ

ดังนั้น แผนการตลาดของอัลบั้มนี้จึงกว้างขวางกว่าแต่ก่อน จากที่เคยเลือกโปรโมทเพลงแต่สื่อกระแสหลัก อย่างทีวีทุกช่องและวิทยุทุกคลื่น แต่อัลบั้ลบั้มนี้ มีข่าวลือแอบกระซิบมาว่า อยากเอาใจชาวอินดี้ด้วย เขาจึงจะปล่อยเพลงในช่องทางใหม่ๆ ด้วย เช่น Spotify, Bandcamp, JOOX และอาจมีแผนคอนเสิร์ตสไตล์อินดี้กับ Fungjai อีกด้วย

วันนี้เราจะมารีวิวให้ได้ลองเปิดใจฟังกัน ผมคิดว่าแฟนๆ คงรออยู่ไม่น้อยทีเดียว



1.Interlude .44 (00:00 – 00:44)
Rate : *****
เปิดอัลบั้มมาด้วยซาวน์ดนตรีทดลอง ที่ฟังเเล้วรู้สึกว่ามนุษย์เรานั้นมีพลังอำนาจมากเหลือเกิน เพลงนี้มีแต่เสียงดนตรีจากกีต้าร์ไฟฟ้าและกู่เจิ้งที่พวกเขาได้รับมาจาก Alibaba ในราคาเพื่อนกัน ฟังคล้ายแนวดนตรี Post-rock ที่ตั้งใจทำให้ฟังแล้วปวดหู ด้วยซาวด์ ambient จากรถถังและเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์เป็นส่วนประกอบหลัก ใส่มาอย่างไม่ยั้ง หวังจะสร้างความประทับใจให้เราได้ภายในนาทีแรกของซีดีทีเดียว และแม้จะเป็น Interlude ที่มีความยาวแค่ 00:44 วินาที แต่พวกเขาทำได้อยู่หมัดทีเดียว

2.The Road Map (00:44 – 03:57)
Rate : ***
ตามมาด้วยเพลงที่สองที่ชื่อเพลงก็บอกคอนเซ็ปต์ชัดเจนอยู่เเล้วใน เนื้อหาของเพลงเป็นเรื่องของมิตรภาพสองคู่หู ที่จะเดินทางไปด้วยกัน มีการแซมเปิ้ลเสียงของคุณแหวน ฐิติมา ในเพลง ที่ใช้เป็นท่อนบริดจ์ (เราสองเคยผ่านชีวิตโดดเดี่ยว / สองเราเคยเหนื่อยและท้อเต็มที / หนทางยังอยู่แสนไกลจากวันนี้ / เพียงเรามีเรา / หากจะเดินไปทางใดไม่หวั่น )

เพลงนี้คงเป็นการสะท้อนความคิดที่ The BIG TWOS เคยให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขามีแผนในใจอีกมากมาย ถึงเรื่องการครองชาร์ตประเทศไปอีกหลายเดือนหรือจริงๆ ตั้งใจไว้หลายปีเลยล่ะ และเพื่อส่งใจความนี้ให้ชัดเจน พวกเขาจึงเลือกใช้แค่กีต้าร์โปร่งกับการเล่าเรื่องวกไปวนมา สื่อสสารเนื้อเพลงที่พูดถึงอุดมคติที่จะมุ่งไปด้านหน้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจเสียงนกเสียงกาใดๆ อินดี้มากๆ ขอบอก

อ้อ! เขายังบอกอีกด้วยว่าเพลงนี้ถูกอัดในห้องโถงธรรมดาๆ นี่แหละ แต่ไม่ธรรมดาคือมันเป็นห้องโถงของธรรมเนียบรัฐบาล ที่  The BIG TWOS บอกว่าตรงนั้นซาวน์ดีมากเลยนะ แต่ศิลปินนักร้องธรรมดาๆ น่ะไม่มีสิทธิ์ได้เข้าไปหรอก



3. Borrowed Time – (03:57 – 06:43)
Rate : **
เพลงนี้เมโลดี้ป๊อปทางคอร์ดสว่างมาก ฟังง่าย มีเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะ ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเรื่องของเวลาที่มีให้กันระหว่างเพื่อนๆ แต่ผิดคาด เพราะแท้จริงเพลงนี้พูดถึงเพื่อนของเขาที่จากไปกว่ายี่สิบคน เหลือไว้เพียงนาฬิกาข้อมือให้เห็นต่างหน้า ก็นับว่าเป็นเพลงฟังง่ายที่เศร้าพอสมควรเหมือน แล้วพอฟังไปฟังมา ก็มีหลายรุ่นอยู่นะ ที่ผมก็อยากได้ นับเป็นเพลงที่พูดถึง นาฬิกา เพื่อน และเวลาที่เสียไปได้ดีทีเดียว

4. Penguin Mama Fukka – (06:43 – 09:45)
Rate : *
เพลงนี้ดนตรีดุดัน! จริงจัง! และขึงขังกว่า 3 เพลงแรกมาก เล่าเรื่องการไม่ชอบกินบะหมีสำเร็จรูปอย่างหนัก ถึงขนาดเห็นคนยืนกินมาม่าไม่ว่าที่ไหนจะรู้สึกไม่ดีอย่างมาก เพลงนี้อาจเต็มไปด้วยนัยยะที่ผมต้องยอมรับว่าเข้าไม่ถึงจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าทำไมต้องมาสนใจเรื่องอะไรแค่นี้ แต่ขอเดาว่า The BIG TWOS อาจต้องการสื่อถึงการเป็นคนมีอันจะกินด้วย อะไรแบบนี้ โดยรวมเเล้วก็ฟังเพลินนะ ซาวน์เบสและกีต้าร์ ดีดสลับ วิ่งคู่กัน สแนร์กลองมีความแข็งตึงและสับรัว เอาจริงๆ เพลงนี้เรียกว่าเป็น old skool punk ได้เลย แล้วเพลงนี้จบอย่างพังก์ ด้วยเสียงเขวี้ยงกาต้มน้ำลงพื้น แกร๊งงงงงง!


ภาพเบื้องหลังการบันทึกเสียง (ภาพ: TNews )


5.สี่ปีเเล้วไงวะไอ้สัตว์ (Four Years) – (09:45 – 13:55)
Rate : *****
พอเป็นเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม ก็หลงคิดไปเองว่ามันน่าจะเป็นเพลงที่จุดประกายให้เกิดเพลงทั้งอัลบั้ม และดนตรีต้องเกรี้ยวกราดฟาดงวงฟาดงา แต่ผิดคาดอย่างหนักครับ! เพราะเพลงนี้มาในซาวด์เร้กเก้ มีบีทกลองลงจังหวะที่ 2 และ 4 รวมๆ เเล้วเหมือนได้พาตัวเองไปอยู่ในทุ่งหญ้าอ่อนสีเขียวเข้ม หอมและล่องลอย อะไรเทือกนั้น จังหวะท่อนฮุก (สี่ปีเเล้วไงวะ! ฮะ? ฮะ? ฮะ? ฮะ?) ฟังแล้วต้องยักไหล่ตาม แถมยังมีหมกเม็ดเพิ่มท่อนสกา ที่แข็งแรงและชวนเต้นได้อย่างล่องลอย….หลุดโลก…เหอๆๆๆ

แนะนำให้เมาๆ ก่อน เพราะถ้ายังไม่เมา คุณอาจเห็นต่างกับเนื้อร้องของพวกเขาที่เขียนออกมาอย่างตรงไปตรงมา เช่นไม่ได้อยากจะอยู่ แต่เขาไม่อยากให้ไป ความรักที่มีให้ ทำให้ต้องอยู่ต่อไป สี่แล้วยังไง! OG! OG!”

6. PoP (Power of Podium) – (13:55 – 18:00 )
Rate : **
PoPถูกเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกของทั้งคู่ ที่รู้สึกว่าเวลาอยู่บนเวทีไม่ว่าจะการเล่นสดหรือรับรางวัล เมื่อต้องขึ้นไปพูด โพเดี้ยมก็ทำให้ทั้งคู่รู้สึกประหม่าได้ทุกครั้ง เหมือนมีพลังบางอย่างที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ จนบางทีก็แสดงออกมาทางสีหน้า ท่าทางและอารมณ์ ปัดโถ่เว้ย!

เพลงนี้เป็นเพลงที่พวกเขาต้องการระบายอารมณ์มากที่สุด กีต้าร์ของพวกเขาดรอปสายลง C ทุกเส้น เพิ่มด้วยเสียงแตกที่เรียกว่า fuzz ไปอีก บอกเลยว่าแสบทรวงที่สุดในยุคนี้เเล้วเดี๋ยวก็ขว้างด้วยโพเดี้ยม เย่..ยยยยเป็นท่อนฮุคติดหูที่สุดสำหรับเพลงนี้



งาน merchandise ก็มา: เสื้อยืดวง ระบุรายละเอียดของเล่นที่ BIG TWOS ซื้อในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา


7. The Toys – (18:00 – 22:34)
Rate : ***
“คนมันก็ผูกพันธ์ไง / ตอนเด็กชอบอะไร / ตอนไปก็ไม่ต่างมากหรอกน่า นา-นา-นา-นา-นา เห่ย์ เฮ้ย์ เย้ เย้ เย้~~ “

ว่ากันว่าเพลงอาจทำให้เรากลับไปในช่วงเวลาต่างๆ อันนี้ผมเห็นด้วยเลย เพลงนี้ก็เล่าถึงของเล่นสมัยวัยเด็กของทั้งคู่ก็นั่นล่ะ เนื้อเพลงกล่าวถึงของเล่นชิ้นโปรดตามประสาเด็กผู้ชาย เช่นเรือดำน้ำ เรือบิน หรือ รถถัง เพลงนี้ทำให้เราได้เข้าใจปูมหลังของ The BIG TWOS มากขึ้น ว่าที่ทั้งคู่ดูมั่งคั่งนั้น แท้จริงพวกเขามีวัยเด็กที่อัตคัตและเศร้าสร้อย เล่าออกมาชัดเจนในท่อน ตอนเด็กไม่มีให้เล่นหรอกเธอ / โตมาฉันเลยจัดเต็มไปเลย ฮ้าาาา~~อีกอย่างคือ ได้ยินว่าเพลงนี้จะโดนตัดเป็น MV เปิดตัว โดยจะเอาของเล่นที่สะสมไว้ในช่วง 4 ปี มาโชว์ใน MV ห้แฟนๆ ได้ดูกันด้วยแหละ (ยิ้ม)

8.ฉันและเธอ Feat. Jack Ma – (22:34 – 26:02)
Rate : *****
อารมณ์เหมือนเพลง EDM แต่เป็นเวอร์ชั่น Alex Turner กับ Miles Kane ทำร่วมกัน เต้นได้หล่อด้วย สอดแทรกร้องประสานขานรับกันอย่างดี เพลงนี้ผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบางมาก รู้แต่ว่าเค้าจับมือร่วมกันก็ถือเป็นเรื่องดีละมั้ง วง Jack Ma ก็เป็นวงที่มีชื่อเสียงมากอยู่เเล้วโดยมีสไตล์ชัดเจนในเรื่องของดนตรี dance หลายคนอาจจำสลับกับวง Jagwar Ma ที่มาจากออสเตรเลีย 
ขอบอกเลยว่าไม่ใช่นะ ย้ำอีกที อันนี้คือ Jack Ma วงดนตรีที่ถือหุ้นอยู่ใน Alibaba


อาร์ตเวิร์คปกอัลบั้มสุดล้ำที่ออกแบบด้วยโปรแกรม Microsoft Word


9. คืนความสุขให้เธอประชาชน [King Krule Remix] – (26:02 – 31:02)
Rate : *****
เซอไพรส์ที่ดีที่สุดก็เพลงนี้แหละ เพราะมันเป็นเพลงที่เรียกได้ว่า ฮิตที่สุดรองจากเพลงชาติไทย แต่พออยู่ในอัลบั้มเต็ม กลับเป็นบีท lo-fi hip-hop เท่ๆ คูลๆ

ด้วยความที่เพลงมีเนื้อหาดีเป็นทุนเดิมอยู่เเล้ว พวกเขาเลยทุ่มเงินที่ได้จากแฟนเพลงทั่วประเทศ เพื่อติดต่อศิลปินอินดี้อังกฤษรุ่นใหม่ อย่าง King Krule ให้ arrange ออกมาใหม่ให้ดีที่สุด เห็นว่าจ่ายไปเป็นเลข 9 หลักเลยทีเดียว มีคนบอกมาว่าตอนแรก King Krule แอบเซ็ง เกือบทำการฟักยูและถุยน้ำลายใส่ตอนได้ฟังเพลง แต่เนื่องจากให้ตัวเลขไปไม่น้อยเลยพูดคุยได้ด้วยความราบรื่นรักกัน



สรุป

“สี่ปีแล้วไงหรา” นับเป็นอัลบั้มดีเหี้ยมแห่งปีจริงๆ แสดงให้เห็นเลยว่า 4 ปีที่พวกเขาเก็บตัวกันไปทำอัลบั้มนั้น ได้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจตามโพลของพวกเขาเอง มีเพลงฮิตกันตั้งแต่ปีแรกๆ

จะให้ติก็คงเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมและคอสตูมที่โครตน่าเบื่อ แล้วท่อนการร้องแบบตะคอกก็เป็นอะไรที่น่ารำคาญนะ โดยเฉพาะแทร็คที่ 6 แต่เอาเป็นว่าผมอยากให้ทุกคนคิดว่ามันเป็นอัลบั้มที่ดีอัลบั้มหนึ่ง อันนี้บังคับเลยนะ เข้าใจใช่มะ

ส่วนคนที่อยากได้ยินเพลง “ประชาธิปไตย” ที่ทั้งคู่บอกว่าอยากจะแต่งมานานแล้ว ก็อยากให้รอต่อไปกันหน่อยนะ เพราะ BIG TWOS บอกว่าเพลงนี้มันแต่งยาก