07 May 18
 

07 May 18 / Third Worldนิทรรศการคาราวัจโจที่ BACC ทำให้เรารู้สึกเศร้าใจแทนคนรักศิลปะประเทศนี้

โดย โน้ต พงษ์สรวง


จูดิธกำลังตัดคอโฮโลเฟอร์เนส

หล่อนไม่กลัวความผิด และหล่อนไม่กลัวบาป แต่อย่างเดียวที่หล่อนกลัวคือขออย่าให้เสื้อเลอะ ความรู้สึกนั้นสื่อผ่านท่าแอ่นหลังให้พ้นเลือดที่กำลังกระฉูดจากคอแม่ทัพชาวแอสซีเรียน คิ้วของหล่อนขมวด แต่แววตาเย็นชาคู่นั้นฟ้องว่านี่ไม่ใช่การฆ่าครั้งแรกของหล่อนแน่ๆ ส่วนอับบรา หญิงรับใช้กำลังจ้องเขม็งที่คมมีดโชกเลือด นางเม้มปากด้วยความสาใจดังปิศาจคอแห้ง มือทั้งสองขยุ้มผ้าเนื้อหนาเตรียมเก็บศีรษะของเหยื่อที่อ้าปากคว้าลมหายใจเป็นเฮือกสุดท้าย ก่อนหัวจะหล่นจากบ่าในอีกไม่เกินสามวินาที นางช่างเป็นลูกมือนักฆ่าผู้รู้งาน



Judith Beheading Holofernes 1599–1602, Galleria Nazionale d’Arte Antica, Rome



คาราวัจโจโด่งดังด้วยการวาดดวงตาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความรู้สึก ต่อให้ภาพที่เขาเขียนจะมีคนสิบคนในรูป เขาก็สามารถทำให้เราก็รับรู้ถึงบุคลิกและปูมหลังที่ต่างกันของแต่ละชีวิตที่มีต่อสถานการณ์เดียวกันได้ ผ่านแววตาของแต่ละคนในภาพ

มันจึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่หากอยากดื่มด่ำกับพรสวรรค์ของคาราวัจโจอย่างลึกซึ้ง คุณ ต้อง ได้ ดู งาน จริง ได้มองเข้าไปในดวงตาเหล่านั้น ได้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้งานที่สุด เพื่อเห็นการตวัดมือตอนแต้มไฮไลท์สีขาวบนลูกตา หรือเห็นความบรรจงวาดความเกร็งของกล้ามเนื้อ ที่บางทีคุณอาจจินตนาการเสียงหายใจถี่ระทึกของคาราวัจโจตอนกำลังเพ่งวาดความกลัวได้เลย


ไม่ใช่งานออกร้านอิ๊งค์เจ๊ต แต่เป็นนิทรรศการศิลปินชั้นเอกของโลก


ข่าวดี! เดือนนี้หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (BACC) เอางานชั้นเอกของคาราวัจโจมาแสดงให้คุณดูกว่า 40 ชิ้น แต่ที่แย่หน่อยก็คือ ความรู้สึกเลอค่าที่เราแพล่มมาทั้งหมดนั้น งานนี้ไม่มีให้ เพราะงานทั้งหมดพิมพ์ด้วยอิ๊งค์เจ๊ตแปะลงบนกล่องไฟ

BACC แถลงว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นการผลิตด้วยคุณภาพภายใต้การควบคุมจากนักประวัติศาสตร์ศิลป์ทั้งชาวอิตาเลียนและต่างประเทศ” — ก็ไม่รู้ QC กันอีท่าไหน ภาพหลายภาพสีถึงได้เป็นลอนเหมือนปริ๊นเตอร์หมึกใกล้หมดแบบนี้ สีดำก็ไม่ดำสนิท



นิทรรศการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองวาระครบรอบ 150 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศอิตาลีและประเทศไทย –คบกันมา 150 ปี มิตรภาพเบ่งบานเป็นอิ๊งค์เจ๊ตสี่สิบกว่ารูปนี่ล่ะ thank you very mush ti amo me love you long time na 😘

ด้วยความเกรงใจ แต่อยากกระซิบบอกเกลอจังเลย ว่า เนี่ย เราก็คบหากันมาตั้งนานแล้ว มันคงน่าชื่นใจดีนะ ถ้าอิตาลีจะใจดีให้ยืมงานจริงของคาราวัจโจสัก 1 ภาพ (หนึ่งภาพ) เพื่อให้มิตรสหายชาวไทยได้ชื่นชมความอัจฉริยะของศิลปินหนุ่มอายุสั้นผู้นี้ (เขาตายตอนอายุแค่ 38 บ้างก็ว่าโดนฆ่า บ้างก็ว่าเพราะสูดสารตะกั่วในสีมากเกินไป จนมีผลต่อร่างกายและระบบประสาท)  ถ้าเป็นอย่างนั้น ต่อให้ชั้น 7 ของ BACC ทั้งฟลอร์ จะมีผลงานผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้เพียงชิ้นเดียว ก็ยังคุ้มค่าแม้ต้องต่อคิวดู เหมือนที่ผู้คนยอมต่อคิวกันเป็นชั่วโมงที่พิพิธภัณฑ์ลูว์ฟ เพื่อเข้าไปดูภาพโมนาลิซ่า


โมนาลิซ่า: “หนูอยู่หน้าห้อง พี่เห็นหนูด้วยเหรอ” (ภาพ Shutterstock)


BACC อวดว่า “ผลงานกว่า 40 ชิ้นถูกรวบรวมจากการสะสมของพิพิธภัณฑ์สำคัญทั่วโลก เช่น จาก หอศิลป์อุฟฟิซี เมืองฟลอเรนซ์ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส  พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ในกรุงลอนดอน หอศิลป์บอร์เกเซ กรุงโรม หรือกระทั่งพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทัน เมืองนิวยอร์ก เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมผลงาน จากที่ต่างๆ เข้ามาไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นความต่อเนื่องของผลงานและการทำงานของศิลปิน

นอกจากนี้นิทรรศการยังได้รวบรวมผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของศิลปิน เช่น “Bacchus” และ “Medusa” รวมถึงผลงานที่หาชมได้ยาก เช่น “Boy Bitten by a Lizard” หรือผลงาน “Saint Matthew and the Angel” ซึ่งปกติติดตั้งอยู่ในโบสถ์ซานลุยจิ เด ฟรานเชสิ กรุงโรม ที่สามารถชมได้จากระยะไกลและด้วยแสงสว่างที่เพียงพอเท่านั้น”

…เหอะ ไม่จริงอ่ะ ถ้าจะให้มาเดินดูอิ๊งค์เจ๊ตหมึกไม่แน่นแบบนี้ มีที่หนึ่งที่รวบรวมงานได้มากกว่า และสีแจ่มกว่า ที่นั่นเรียกว่า Google Images



ใช้เวลาเสิร์ชสามวิ ก็เจองานที่ BACC บอกว่า ‘หาดูยากมาก’ แล้ว

การพิมพ์อิ๊งค์เจ๊ตแล้วแปะลงบนกล่องไฟ จะเห็นว่าเฉดสีมาไม่หมดเมื่อเทียบกับภาพที่เสริ์ชจากกูเกิ้ล 


ส่วนที่ดีที่สุดของนิทรรศการนี้ คือแถลงคอนเซ็ปต์งานบนกำแพง (wall text) เพราะตัดสติ๊กเกอร์ได้เนี้ยบมาก บนนั้นมีเนื้อหาน่าสนใจท่อนหนึ่ง เขียนว่า “ด้วยกระบวนการผลิตนี้ นิทรรศการ Caravaggio OPERA OMNIA เปิดโอกาสให้กับการตีความผลงานคลาสสิกของศิลปิน มิเกลันเจโล เมรีซี ดา คาราวัจโจ นี้ด้วยสื่อใหม่ ที่เอื้อให้กับการดึงบริบท องค์ประกอบ ความงาม และคุณค่าที่แฝงอยู่ในผลงานของศิลปินออกมาให้ได้สำรวจและเรียนรู้ศึกษาต่อสาธารณชน”

“กระบวนการผลิต”, “เปิดโอกาส”, “ตีความ”, “สื่อใหม่”, “ดึงบริบท”, “สำรวจ”
โอเค…จะเล่นศัพท์หมวดนี้ใช่มั้ย? ได้!

ตีความอะไร? งานของคาราวัจโจถูกตีความและวิเคราะห์จนทะลุปรุโปร่งไปแล้วเป็นล้านรอบในสี่ร้อยปีที่ผ่านมา การผลิตซ้ำผลงานด้วย ‘สื่อใหม่’ ซึ่งในกรณีนี้คงหมายถึงการปริ๊นต์อิ๊งค์เจ๊ต (ซึ่งที่จริงก็ไม่ใหม่แล้ว) การสำรวจที่ถามหาก็ออกมาอย่างที่เห็น คือเทคนิคดังกล่าวไม่สามารถดึงบริบท คุณค่า และความงามของงานระดับนี้ออกมาได้ ถ้าอยากจะสำรวจเรื่อง “ศิลปินมาสเตอร์กับการสร้างงานด้วยสื่อสมัยใหม่” ก็น่าจะเอาประติมากรรมยุคเรเนซองส์มาสร้างใหม่ด้วย 3D Printer ไปเลย แบบนั้นน่าจะเปิดโอกาสให้เกิดประเด็นต่อยอดให้วิพากษ์ถึงความลักลั่นและย้อนแยงในทุกบริบทของกระบวนการผลิตซ้ำคุณค่าความงามเชิงอนุรักษ์โดยสื่อใหม่ นี่ นั่น โน่น ฯลฯ

แต่เรากำลังพูดกันถึงการนำภาพเขียนสองมิติมานำเสนอด้วยเทคนิคด่วนได้ เพื่อ ดึงบริบท องค์ประกอบ ความงาม และคุณค่าที่แฝงอยู่ในผลงานของศิลปินออกมาให้ได้สำรวจและเรียนรู้ศึกษาต่อสาธารณชน ถ้าจะเอาอย่างนั้น ยิงโปรเจ็คเตอร์ลงผนังไปเลยก็ค่าเท่านะ เพราะยังไงความออริจินัลมันก็ไม่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการใช้เทคนิคอิ๊งค์เจ๊ตจริงๆ สถานที่ๆ น่าจะตอบสนองคอนเซ็ปต์นั้นได้ดี คงไม่ใช่หอศิลป์ แต่เป็นป้ายรถเมล์หรือบิลบอร์ดทางด่วน

สี่ภาพข้างล่างนี้ เราลองโฟโต้ช็อปเล่นๆ ดู ว่าถ้านำงานคลาสสิคของคาราวัจโจมานำเสนอด้วยวิธีแมสๆ แบบที่ศิลปะป๊อปอาร์ตชอบทำ ว่าความดาร์คของงานจะมีผลต่อการเรียนรู้ศึกษาต่อสาธารณชน ตามจุดประสงค์ของ BACC หรือไม่ อย่างไร



เดินออกจากมิวเซียมระดับชาติด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทำไมหนอ โอกาสการได้ดูงานของศิลปินระดับมาสเตอร์ของโลกในประเทศนี้มันจึงอับเฉาได้เบอร์นี้ เขาเอางบประมาณส่งเสริมศิลปะไปไว้ไหนกันหมด?

อยากบินไปดูงานจริงที่อิตาลี แต่ก็ต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อยแสนนึงเพื่อเอาไปยื่นวีซ่า ซึ่งไม่มี และถึงมีก็ไม่การันตีว่าวีซ่าจะผ่าน แต่คิดในแง่ดี ก็…เอาวะ อย่างน้อยเขาก็อุตส่าห์ปริ๊นต์งานขนาดเท่าจริงมาให้ดู ค่าไฟ ค่าแอร์เขาก็ไม่ใช่ถูกๆ  ค่าเข้าเขาก็ไม่คิด ไม่อยากดูก็ไม่ต้องดู ไม่มีใครบังคับ กดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 8 เลย เพราะที่นั่นมี “I AM YOU” นิทรรศการรวมฮิตผลงานของวสันต์ สิทธิเขตต์จัดแสดงอยู่ ซึ่งงานมันส์มาก

ทั้งหมดนี้เราไม่ได้พยายามเถียงกับคุณว่า “แล้วอิ๊งค์เจ๊ตเป็นงานศิลปะไม่ได้เหรอ” ได้สิ ได้แน่นอนอยู่แล้ว ศิลปินร่วมสมัยอย่าง Wade Guyton ก็ใช้อิ๊งค์เจ๊ตสร้างงานจนโด่งดังมาเป็นสิบปี ส่วนงานนี้ ถ้าคุณเป็นคนชอบดูกล่องไฟติดอิ๊งค์เจ๊ตสวยๆ อย่างตามป้ายรถเมล์หรือสถานีรถไฟฟ้า คุณก็น่าจะชอบแหละ 

เราแค่คิดว่า ไหนๆ ก็มาขนาดนี้แล้ว นิทรรศการอิ๊งค์เจ๊ตครั้งนี้คงจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ถ้ามีบริการตัดสติ๊กเกอร์และพิมพ์นามบัตรด่วนด้วย


นิทรรศการ Caravaggio OPERA OMNIA จัดแสดงระหว่างวันที่ 4 พฤษภาคม – 10 มิถุนายน 2561 (ปิดวันจันทร์)
ที่ห้องนิทรรศการชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
BTS: สนามกีฬา

www.bacc.or.th


บทความที่เกี่ยวข้อง
ปิดประเด็นนิทรรศการตู้ไฟคาราวัจโจ เราเอากล่องไฟที่เราทำเองไปมอบให้ ผ.อ. BACC จัดแสดงบ้าง