28 Aug 17
 

28 Aug 17 / Third WorldEveryday Karmakamet: ถ้าวันไหนที่รู้สึกว่า passion หรือ vision เราหมดไป วันนั้นเราก็จะห่อเหี่ยวมาก

เมื่อปี 2001 ร้าน Karmakamet เป็นแค่ร้านขายผลิตภัณฑ์เครื่องหอมในจตุจักร ที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายปี แต่ด้วย passion และความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ปัจจุบัน Karmakamet ขยับขยายจากกิจการหลักหมื่นเป็นร้อยล้านโดยไม่เป็นหนี้ แตกไลน์มากมายหลายสาขาและหลากรูปแบบ กลายเป็นแบรนด์เป็นไลฟ์สไตล์ครบวงจร ทั้งร้านอาหาร เครื่องนอน เครื่องประทินผิว ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านที่แม้แต่ไม้กวาดก็ยังมี

จนในที่สุดก็มาถึงเสื้อผ้าแบรนด์เสื้อผ้า “Everyday Karmakamet” ที่เพิ่งมาเริ่มปีนี้ แต่เมื่อเริ่มแล้วก็เล่นใหญ่เลย ด้วยการนำคอลเล็คชั่นที่สองมาโชว์ใน ELLE Fashion Week ครั้งนี้ คอลเล็คชั่นมีชื่อว่า “This Mission is Too Important” หรือ “ภารกิจนี้สำคัญสุดๆ เลยเจ้   ตามที่ ไอซ์- ศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ ดีไซน์เนอร์ของคอลเล็คชั่นแปลเป็นภาษาไทยมาให้เราโดยเฉพาะ

คอลเล็คชั่นที่แล้ว ซึ่งเป็นคอลเล็คชั่นแรก ผลตอบรับเป็นอย่างไร
ค่อนข้างดีมาก สิ่งที่ทำไปคืออยากให้มันต่างจากเสื้อผ้าแบรนด์อื่นๆ ในบ้านเรา คือซีซั่นที่แล้วมันเป็น pre-collection ที่เราอยากให้คนเห็น mood and tone ของแบรนด์มากกว่าเห็นเสื้อผ้า ว่า Everyday Karmakamet มันเป็นอย่างไร อยากให้ทุกอย่างมันกลมกลืนไปด้วยกัน ไม่ได้อยากให้เสื้อผ้านำ แต่อยากให้บรรยากาศของการใช้ชีวิตเป็นตัวนำ
อารมณ์ของคอลเล็คชั่นที่ว่าเป็นแนวไหนคะ
ภาพรวมเราพูดถึงเรื่องการไม่ตัดสินคน เราเคารพในความเป็นตัวตนของเขา เสื้อผ้าจะเน้นให้เขาภูมิใจในความเป็นตัวเขา เมื่อเขาหยิบเสื้อผ้าเราไปใส่ เราอยากให้เขาภูมิใจในความเป็นตัวเขามากกว่าเขาภูมิใจในเสื้อของเรา เสื้อผ้าของเราเป็นแค่ส่วนเติมเต็มให้เขาสมบูรณ์ขึ้นในความเป็นมนุษย์เสียมากกว่า

ทิศทางของแบรนด์มันเกี่ยวกับ “I Love My Life” เราก็นึกย้อนกลับไป ว่าตอนเด็กๆ เรารู้สึกว่าชีวิตมันง่ายจัง มีความสุข ทุกอย่างมันง่ายไปหมด แต่พอโตมาทุกอย่างมันยากเย็น กว่าจะได้อะไรมา มันเหนื่อย มันต้องต่อสู้ ดิ้นรน เราจึงมองกลับไป แล้วเอาทฤษฎีนี้มาเทียบเคียงกับว่า ถ้าฉันเป็นเด็ก ฉันมองท้องฟ้าเป็นอย่างไร มองอวกาศเป็นอย่างไร ทุกอย่างมันซื่อไปหมด มีความสุข มีความรักก็พอแล้ว แต่พอเทียบกับตอนโต เรามองท้องฟ้าด้วยความรู้ว่าบนฟ้ามีอะไรอยู่ มันก็จะซับซ้อนมากขึ้น ทีนี้เราเลยคิดถึงอวกาศในเรื่องที่เทียบเคียงกับเรา เราก็นึกถึงหนังเรื่อง ">2001: A Space Odyssey เป็นช่วงยุค Space Age สีสันทุกอย่างมันจะดูมีความเป็น 60’s-70’s นึกภาพนักบินอวกาศออกไปนอกโลก แต่จริงๆ แล้ว เราไม่ต้องไปไกลถึงนอกโลก เราไม่ต้องไปไกลสุดขอบฟ้า เพราะสิ่งที่ใกล้ตัว การมีความรัก การอยู่ด้วยกัน คือสิ่งที่มีความสุขที่สุด เราก็หยิบสิ่งนั้นมาทำงคอลเล็คชั่น “This Mission is Too Important” นัยยะคือ ภารกิจ (mission) ที่ว่า คือการอยู่อย่างมีความสุขมันสำคัญมาก มันก็สะท้อนกลับไปที่ I Love My Life ภารกิจของฉัน มันไม่ต้องไปไกลขนาดนั้น แค่ฉันใช้ทุกวันให้มีความสุขก็พอแล้ว

คนแบบ Everyday Karmakamet น่าจะเป็นคนแบบไหน
เราไม่ได้อยากเห็นคนใส่เสื้อ Everyday KMKM ตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่อยากเห็นคนที่เอาเสื้อเราไปใส่กับเสื้อหรือกางเกงอะไรก็ได้ ที่ให้รู้สึกว่าเขาเป็นเขา ไม่ใช่เขาเป็นเรา เราพยายามจะสร้างกลุ่มคนในแบบ Everyday Karmakarmet คือเป็นคนที่มีทัศนคติแบบคนกลุ่มย่อย เช่น คนนี้เป็นเชฟ แต่เขาก็ชอบถ่ายรูป คนนี้เป็นนักเขียน เขียนหนังสือหวานมาก แต่เขามีความห้าวอยู่ในตัว หรืออย่างคนที่เป็นนายธนาคาร แต่เขามีความกบฏอะไรบางอย่างอยู่ ไม่ได้เป็นคนที่แต่งตัวแบบเป็นทางการอย่างเดียว เราอยากให้ดูความ  คอนทราสต์ สับสน แล้วก็มีคนแบบนี้จริงๆ เช่นคนใกล้ตัวเราทั้งหมดก็เป็นแบบนี้ เราเลยนำแรงบันดาลใจมาจากกลุ่มเพื่อน คนที่เรารัก คือเราเป็นคนที่ใช้แรงบันดาลใจมาจากคนรัก สิ่งใกล้ตัว ความรู้สึกแล้วเอาความรู้สึกนั้นมาทำงาน มากกว่าการคิดงานจากโครงสร้าง

พวกกระเป๋าที่สกรีนลายคำอาชีพหรือประเภทคนต่างๆ ก็มาจากไอเดียนี้ด้วยใช่ไหมคะ
ใช่ครับ มันเป็นโซนเดียวกัน คือเป็น attitude แบบเดียวกัน เพราะเราก็ถืออะไรที่ไม่ใช่เรา คนในแบบ Everyday Karmakamet เป็นคนรอบด้าน ทำอะไรได้หลากหลาย เคารพตัวเอง แล้วก็ไม่ตัดสินคน ประมาณว่า ฉันเป็นของฉันแบบนี้ แต่ฉันก็เป็นเพื่อนเธอได้ คือแบรนด์เราไม่ได้เป็นแบรนด์เสื้อผ้า เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ เราเลยมีคาเฟ่ มีของไลฟ์สไตล์ เราเป็นแบรนด์ไม่ตัดสินคน

ความหมายของ Passion ของคุณคืออะไร
ในความรู้สึกเรา มันคือสิ่งที่เราเป็น แล้วใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน เราเป็นคนมี passion อยู่ทุกๆ วันกับงาน passion ของเราคือความรัก รักในงาน รักในคนรอบข้าง รักในสิ่งที่ทำทั้งหมด

แล้ว passion ในการทำงานของคุณคืออะไรคะ
สำหรับเราคือการได้ทำงานในสิ่งที่รัก และเห็นสิ่งที่รักเจริญเติบโตขึ้นไปทุกวัน เห็นคนใส่เสื้อหรือเห็นคนใช้ของ Everyday Karmakamet หรือเห็นบรรยากาศของความสุข เรารู้สึกว่า นี่คือ passion ในการทำงาน บางทีเรามีเป้าหมาย แต่ระหว่างไปให้ถึงเป้าหมาย เราเจอกระบวนการอะไรบางอย่าง แต่เราทำงานแล้วเห็นคนในทีมเรามีความสุขกับการทำงาน เราถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว มากกว่าการที่งานเราออกไปแล้วสวย มีคนยอมรับ เราอยากให้คนในทีม คนใกล้ตัวยอมรับก่อน มันจะเติมเต็ม passion ของเราก่อน แล้วค่อยนำไปสู่การ inspire ในการทำงานต่างๆ  เพราะวันไหนที่เรารู้สึกว่า passion หรือ vision เราหมดไป วันนั้นเราก็จะห่อเหี่ยวมาก ทุกวันนี้เราตื่นเช้ามา เราอยากทำงานทุกวัน เราว่านี่คือ passion ที่ดีที่สุดแล้ว

Passion อีกอย่างในชีวิตของเราคือ เราเป็นคนไม่รอโอกาส เราวิ่งหาโอกาส ในวันที่โอกาสเข้ามา เราจะกระโดดไปเพื่อทำในสิ่งที่อยากทำเสมอ แต่ไม่ได้หมายความว่า wannabe เราทำทุกอย่างในลำดับขั้นตอนเสมอ เราอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้อื่น แต่เราก็ชัดเจนกับสิ่งที่เราอยากทำ

-สัมภาษณ์โดย พีรมณฑ์ ตุลวรรธนะ

#Passionist #FederbräuXDudesweet #EFWFW17

Backstage Photo :  Everyday Karmakamet

 

 


โชว์ของ Everyday Karmakamet ที่  ELLE Fashion Week 2017 คือวันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม เวลา 21.00 น.

www.everydaykmkm.com
facebook.com/everydaykmkm