24 Nov 18
 

24 Nov 18 / Third Worldไม่ใช่แค่เบื้องหน้า เบื้องหลังวงการดนตรีก็หาผู้หญิงยากเหมือนกัน

โดย ออม @aomster
บทความนี้สนับสนุนโดย Smirnoff


คราวที่แล้วพูดถึงเรื่องของเหล่าดีเจที่หาผู้หญิงได้ยากแล้ว คราวนี้เลยพามาดูที่เบื้องหลังกันบ้างว่าหาผู้หญิงได้ยากขนาดไหน เพราะผลการสำรวจของ USC Annenberg School of Communication and Journalism บอกว่าจาก 600 เพลงที่ติด Top Chart ของ Billboard Hot 100 ตั้งแต่ปี 2012 ถึงปี 2017 มีศิลปินหญิงแค่ 22.4% คนประพันธ์เพลงหญิงแค่ 12.4% และมีแค่ไม่เกิน 2% ที่เป็นโปรดิวเซอร์หญิง

สิ่งที่ยืนยันความหายากของคนเบื้องหลังผู้หญิงนั้นยังมีอีก จากบทความของ Billboard ก็ได้ตั้งคำถามว่าเหล่าบรรดาโปรดิวเซอร์ผู้หญิงนั้นหายไปไหนหมด ขนาดรางวัล Grammy Awards รางวัลใหญ่ของโลกดนตรีที่แจกรางวัลมาตั้งแต่ปี 1975 ก็ยังไม่มีโปรดิวเซอร์หญิงคนไหน (ที่ไม่ใช่ในสายเพลงคลาสสิค) ได้สัมผัสกับรางวัลนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ที่เวทีแกรมมี่เท่านั้น ขนาดบนชาร์ตของบิลบอร์ดที่จัดอันดับ Top Producers ประจำแต่ละปีก็ยังมีแค่ Lady Gaga กับ Taylor Swift เท่านั้นที่ติดอันดับ เพราะโปรดิวซ์เพลงให้กับตัวเอง


Ebonie Smith โปรดิวเซอร์จาก Atlantic Records (ภาพ: billboard.com)


ซึ่งจริงๆ แล้วโปรดิวเซอร์หญิงไม่ได้เป็นเพียงตำนานหรือเรื่องเล่า เพราะเราได้เจอกับบทความที่ Ebonie Smith หนึ่งในโปรดิวเซอร์หญิงจาก Atlantic Records แห่งเมืองนิวยอร์ค ที่มีศิลปินชื่อดังอย่าง Alt-j, Bruno Mars,  Broods ได้เขียนไว้ว่าเหล่าโปรดิวเซอร์หญิงนั้นอยู่ทุกที่ล่ะ แถมเธอยังยกรายชื่อของโปรดิวเซอร์หญิงมากว่า 100 รายชื่อ และบอกถึงวิธีการแก้เรื่องนี้ว่าจริงๆ แล้วควรเริ่มมีการยกสปอตไลต์ไปที่เหล่าโปรดิวเซอร์หญิงผู้ผลิตผลงานให้พอๆ กับศิลปิน

สำหรับใครที่เริ่มสนใจเรื่องโปรดิวเซอร์หญิงระดับโลกแล้วล่ะก็ให้ลองไปดูสายป๊อบอย่าง Missy Elliot ซึ่งตัวเธอนั้นเป็นทั้งนักร้องที่เรารู้จักเป็นอย่างดี เธออยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Whitney Houston, Beyonce, Aaliyah, TLC และ Ciara เป็นต้น


มิสซี่ เอลเลียตก็เคยออกมาบอกว่าพวกเธอไม่รู้กันหรอก ว่าเพลงดังๆ ที่ฟังอยู่คือฝีมือการโปรดิวซ์ของชั้น! (ภาพ: missy-elliott.com)


รุ่นใหม่ที่กำลังมาก็คนนี้เลย WondaGurl กับผลงานที่ทำให้เธอเป็นรู้จักจากการทำเพลงให้กับ Jay Z, Drake, Kanye West, Rihanna และศิลปินฮิปฮอปอีกมากมาย โดยเธอมีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น


WondaGurl โปรดิวเซอร์สาวน้อยมหัศจรรย์ของฝั่งฮิปฮอป (ภาพ:  www.hiphopDX.com)


หรือจะมาที่สาย Indie Rock ก็ต้องคนนี้ Catherine Marks ที่ฝากผลงานไว้กับศิลปินที่เรารู้จักกันดีอย่าง The Killers, Foals หรือ Wolf Alice


Catherine Marks ผู้อยู่เบื้องหลังวงอินดี้ร็อคที่เพิ่งมาบ้านเราก็ The Killers (ภาพ: catherinejmarks.com)


หันมาดูที่โปรดิวเซอร์หญิงบ้านเราบ้างดีกว่า Google เข้าไปยังแจ้งว่าคำว่าผู้หญิงนั้นหายไปเลย



ในเมื่อ Google ยังช่วยไม่ได้ เราจึงต้องลองไล่เหล่าศิลปินหญิงที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับตัวเองด้วย ก็พอจะมีอย่าง Yellow Fang วงอิ้นดี้หญิงล้วนที่เติบโตมาตั้งแต่สมัย MySpace ซึ่งก่อตั้งมา 10 ปีพอดี ซึ่งพวกเธอสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองอย่างไร้สังกัด พวกเธอมีแฟนเพลงอย่างเหนียวแน่นทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ โดยมีสมาชิกในปัจจุบันอย่างแป๋ง ซึ่งเป็นนักร้องนำและมือกีต้าร์ แพรวา มือกลอง และพิม มือเบส

หนึ่งในสมาชิกอย่างพิม ได้บอกกับเราว่าบ้านเรานั้นยังสามารถเพิ่มเติมบุคลากรหญิงได้อีกเยอะ ซึ่งเธอมองว่าจริงๆ แล้วการที่เป็นผู้หญิงแล้วอยู่ในวงการนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะมักจะได้รับความช่วยเหลือต่างๆ อยู่เสมอไปหมด แถมการเป็นวงผู้หญิงในสายอินดี้ร็อคที่ส่วนใหญ่ผู้ชายจะโดดเด่นกว่านั้นทำให้ได้รับการเปิดใจฟังมากขึ้นด้วย


วง สาว สาว สาว Yellow Fang (ภาพ: Yellow Fang Facebook)


ส่วนสาเหตุที่บุคลากรทางดนตรีที่เป็นผู้หญิงบ้านเรานั้นช่างน้อยนิด พิมบอกกับเราอย่างมองโลกในแง่ดีว่า  “มันมีเหตุผลมากมาย แรงที่น้อยกว่าในสายงานที่ต้องใช้แรง เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ แล้วก็เวลาการทำงานดึกๆ ที่พ่อแม่คงจะเป็นห่วง และลึกๆ แล้วคงเพราะดนตรีก็ยังเป็นสายอาชีพที่ยังดูไม่มั่นคงในความคิดของคนทั่วไป แต่เจเนอเรชั่นของเราก็จะดีขึ้นมาก ทุกอย่างจะเป็นไปได้ โดยการค่อยๆ เปลี่ยนให้ทุกสถานที่ทำงานสะดวกปลอดภัยสำหรับผู้หญิง เพราะทุกอย่างควรจะมีความสมดุลในแง่การแสดงออกของการมีชีวิตอยู่ ในประชากรที่มีมานานมากแล้ว” แถมพิมยังเสริมต่ออีกว่าจริงๆ มาตรฐานของทำงานของผู้หญิงก็ไม่ต่างจากคนทั่วไปก็คือการทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โดยที่ไม่ได้มองว่าเพศที่แบ่งนั้นคือเส้นกั้นแต่อย่างใด


ขวด Smirnoff รุ่นล่าสุด ที่ออกแบบให้ด้สนหนึ่งเป็นผู้หญิง หมุนมาอีด้านเป็นผู้ชาย แต่เชื่อมต่อทั้งสองฝั่งด้วยหูฟัง


เห็นเหล่าผู้หญิงเองทำงานมุ่งมั่นทำงานโดยไม่มีขีดจำกัดของเพศ เราเองก็อยากเป็นกระบอกเสียงและเป็นกำลังใจให้กับเหล่าผู้หญิงที่อยู่ทั้งในเบื้องหลังและเบื้องหน้าของวงการดนตรี ว่าจริงๆ แล้วพวกเธอไม่ได้ถูกลืม ทั้งคนในวงการดนตรีเอง สื่อต่างๆ ก็เริ่มเคลื่อนไหวด้านนี้ ซึ่งจะเป็นกลไกที่ช่วยผลักดันให้เหล่าผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังได้ออกมาเฉิดฉายกับเขาบ้าง อย่าง Smirnoff เขาก็มาพร้อมกับแคมเปญ We’re Open ที่ช่วยเป็นปากเสียงเรื่องของ Gender Equality หรือความเท่าเทียมทางเพศในวงการดนตรีหรือ Night Life ยามค่ำคืน ซึ่งออกมาพร้อมกับขวดคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับแคมเปญนี้โดยเฉพาะด้วย ซึ่งใครที่อยากดื่มพร้อมประกาศจุดยืนแบบเก๋ๆ ก็สามารถไปหาซื้อมาเก็บไว้กันได้


ภาพเปิดบทความ: บรรยากาศจากปาร์ตี้ Go Grrrls ปาร์ตี้สำหรับผู้หญิงและเลียสเบี้ยนรักเสียงดนตรี ถ่ายโดย Tar Paisarnthanachok