20 Dec 18
 

20 Dec 18 / Third Worldคู่มือไปเทศกาลดนตรีขั้นพื้นฐาน ฉบับ Dudesweet


Dudesweet Guide to Music Festival


แพ็คกระเป๋า

ถ้าคุณอายุเกิน 20 ก็คงเคยผ่านค่ายลูกเสือมาแล้ว และรู้ดีว่านอกจากเสื้อผ้ายังต้องเอาอะไรไปอีก ถ้าไม่อยากโดนยุงสูบเลือดหมดตัวตอนนั่งดูวงทดลองสุดหลอนอยู่หน้าเวทีสุดเซอร์กลางดงหมามุ่ย แต่เทศกาลดนตรีไม่ใช่ค่ายลูกเสือที่คุณต้องหอบกระทะไปจากบ้าน หรือหัดจุดไฟด้วยกิ่งไม้แห้ง (และงานส่วนใหญ่เขาก็ห้ามก่อไฟอยู่ดี) ฉะนั้น อยากหอบอะไรก็หอบไป ตราบใดที่คุณมั่นใจว่าจะหอบกลับไหวโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร หลังหมดพลังกับการกระโดดโลดเต้นอยู่ในเทศกาลนาน 48 ชั่วโมง


การเดินทาง

เรื่องนี้เป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดก็คือ เอารถไปเอง แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรถ หรือมีเพื่อนที่มีรถ มีอยู่ปีนึง เราไป Wonderfruit ขาไปก็ติดรถเพื่อนไป แต่ขากลับหาทางกลับไม่ได้ เพราะคู่รักเขาอยากไปค้างทะเลกันต่อ (ที่จริงเขาก็ชวนให้ไปด้วยกันเป็นมารยาทแหละ แต่จะไปเหรอ) สุดท้ายต้องเหมารถพันกว่าบาทกลับสะพานควาย  การหาคนลงขันกันเหมารถตู้ไปส่งและรับกลับจึงเป็นไอเดียที่ดี แต่ปัจจุบัน เทศกาลดนตรีที่ดีเขาจะมีรายละเอียดเรื่องการบริการรถตู้และรถบัส หรือคนร่วมแชร์รถเหมาในเว็บไซต์ สำหรับคุณหนูหรูหราที่เลือกบินไปเทศกาล ก็ติดต่อขอลงจอดให้เรียบร้อยล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องชูชีพให้โดดลงมากลางงาน (เคยมีคนทำจริงๆ นะ ที่กลาสตันบิวรี่ แต่ลงปุ๊ป โดนลากออกปั๊บเลย เพราะไม่มีบัตรเข้างาน 555)



ของมีค่า

อีกเรื่องที่ไม่เตือนกันก็ไม่ได้ เพราะมีหลายคนที่เตรียมตัวไปเป็นผู้นำแฟชั่นแห่งเฟสติวัล การแต่งตัวสุดเหวี่ยงที่เทศกาลดนตรีเป็นเรื่องสนุก แต่แว่นกันแดดราคาแพง หรือกระเป๋าซีลีนรุ่นที่ฟีบี้ยังออกแบบ ถ้าคุณอดใจไม่ใช้ได้สัก 2 วัน ก็ควรจอดมันไว้ที่บ้านก่อน เพราะคุณไม่ใช่ญาญ่า ณเดช ที่จะมีบัตรเข้าโซนวีไอพี พักในโรงแรมหรู มีคนขับรถมารับถึงกลางงานทุกเมื่อที่ต้องการ จะได้ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังเรื่องข้าวของที่อยู่ในเต็นท์ หรือต่อให้คุณหอบของมีค่าทั้งหมดไว้กับตัวตลอดเวลา มันก็ยังหายได้อยู่ดี แม้ผู้คนในเฟสติวัลจะมีจิตใจประเสิรฐแค่ไหน แต่ถ้ากล้องราคาแพงรุ่นเดียวกับที่ณเดชใช้ของคุณหาย รับรองได้เลยว่าคุณไม่มีวันได้เจอมันที่เคาน์เตอร์ Lost & Found ต่อให้เป็นญาญ่าก็เหอะ



อย่าทำตัวน่ารังเกียจ

อะไรที่คุณไม่ทำที่บ้าน ก็ไม่ควรทำที่งาน: ลุกแล้วไม่เก็บขยะ รอบตัว ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น ฯลฯ เพราะมันมีคนที่ต้องคอยตามล้างตามเช็ดความเห็นแก่ตัวของคุณเสมอ นอกจากนี้ มันมีองค์กรมากมายที่คอยจับตามองเทศกาลต่างๆ ว่าส่งผลกระทบต่อธรรมชาติแค่ไหน แล้วงานแบบนี้ใช่จะจัดกันได้ง่ายๆ เมื่อมีแล้ว ทุกคนที่มาร่วมงานควรช่วยกันทำให้มีต่อไปอีกหลายๆ ปี อันที่จริงการใส่ใจธรรมชาติควรเป็นเรื่องที่อยู่ในจิตสำนึกของทุกคนได้แล้ว รวมไปถึงพวกที่ชอบนอนแผ่ท่ามกลางฝูงชนที่เขากำลังยืนดูคอนเสิร์ต แล้วบ่นงึมงำเวลาเขาถอยมาเหยียบหัวโดยไม่ตั้งใจด้วยเช่นกัน


 


แฟชั่นหลุดโลก

ชอบจริงๆ เลยเวลาเห็นคนแต่งตัวแปลกๆ ในเทศกาลดนตรี อย่ายอมให้คนจัดสนุกกับการสร้างบรรยากาศและแรงบันดาลใจให้ผู้คนอยู่ฝ่ายเดียว ในเมื่อคุณเองก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการแต่งตัวสุดเหวี่ยงในระดับที่คนอื่นต้องขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และคุยกับเพื่อนว่าเดี๋ยวปีหน้ากูเอามั่ง ให้คิดเสียว่า นี่ก็คืองานแฟนซีขนาดมหึมางานหนึ่ง คุณจะแต่งเป็นเสือดำ จะใส่กระโปรงบัลเลต์ หรือโปเกม่อนสักตัวก็ไม่ต้องอาย ใครเห็นก็ชอบใจ เฟสติวัลไหนในโลกเขาก็ทำกันทั้งนั้นล่ะ!

คู่หูค่เฮ

แม้งานจะไม่อันตราย แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ยอมพึ่งพาใครขนาดไหน เมื่ออยู่ในเฟสติวัลจงอย่าฉายเดี่ยว เพราะการไปไหนมาไหนกันสองคนขึ้นไปในที่ที่ไม่คุ้นเคยก็ย่อมอุ่นใจกว่าอยู่แล้ว ไปเข้าห้องน้ำก็ฝากโทรศัพท์ให้เพื่อนถือ จำเต็นท์ไม่ได้ก็ช่วยกันหา การไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างน้อยสองคนยังช่วยทำให้เพื่อนคนอื่นในกลุ่มไม่ต้องเป็นห่วงคุณด้วย



จุดนัดพบ

สัญญาณโทรศัพท์ล่มเป็นปัญหาคู่เฟสติวัลที่บัดนี้แล้วก็ยังเป็นกันอยู่ตามเทศกาลดนตรีต่างจังหวัด โดยเฉพาะช่วงสองทุ่มถึงเที่ยงคืน เพราะคนเป็นหมื่นในงานใช้โทรศัพท์พร้อมกันตลอดเวลา ส่วนใหญ่เป็นการโทรตามหาตัวกันว่าอยู่ตรงไหน และจะทำอะไรต่อไป สาเหตุที่เฟสติวัลออกแบบพื้นที่ให้มีความหลาก ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้คุณนัดเจอกันได้ง่ายขึ้น ถ้าคุณไปเป็นกลุ่มใหญ่ ควรนัดเจอกันรอบดึกแบบพร้อมหน้า สักครั้ง เพื่อให้รู้ว่าใครมีแผนการจะทำอะไรต่อไป ใครอยากนอนก่อนจะได้ทำหน้าที่เฝ้าของ หรือใครอยากปาร์ตี้ทั้งคืนจะได้แจ้งพิกัดถูก


 


ไม่ต้องดูทุกวงก็ได้

ก็เทศกาลดนตรีนี่นะ ก็ต้องมีดนตรีหลายๆ วงชิมิ แต่ถ้าคุณห่วงแต่จะดูแค่วงเล่นอย่างเดียว อีกยี่สิบปีต่อมา เรื่องที่คุณจะคุยกับเพื่อนเก่าเกี่ยวกับ Big Mountain ก็มีแค่ “จำตอนที่เราดู Bodyslam ด้วยกันได้มั้ย เล่นมันส์เนอะ โหย พี่ตูนงี้ หน้าท้องเป็นลอนเลย” แต่ถ้าคุณเอาเวลาไปเดินเอ้อระเหย ทำเรื่องไร้สาระกันเสียบ้าง เรื่องคุยของคุณกับเพื่อนตอนที่อายุ 50 ด้วยกัน ก็จะออกมาในรูปแบบนี้: “จำตอนที่เราไป Big Montain แล้วไอ้บอยพยายามจีบเมียงูแต่เขาบอกว่าเขาก็มีงูได้ไหม ตลกดีเนอะ (ก๊าก ก๊าก ก๊าก)”

ที่พยายามจะบอกก็คือ ความคุ้มค่าของการมาเทศกาลดนตรี ไม่ได้เกิดจากการตระเวนดูวงแบบ non-stop เพียงเพื่อให้แน่ใจว่า คุณไม่พลาดอะไรเลยสักอย่าง เพราะสุดท้ายประสบการณ์ที่คุณ จะจดจำไปอีกแสนนานจากเทศกาลดนตรี กลับไม่ใช่การแสดงของวง แต่เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่คุณได้อยู่กันพร้อมหน้ากับเพื่อนๆ ในบรรยากาศชื่นมื่นมากกว่า 

อย่างไรก็ดี ขอให้ทุกท่านสนุกกับฤดูกาลแห่งเทศกาลดนตรี และกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

สวัสดี.