09 May 16
 

09 May 16 / adminจะให้ผมตอบลูกว่าอย่างไร ว่าทำไมผู้ชายถึงจูบกัน

หัวอกพ่อ: “หนังเกย์เยอะขึ้นทุกวัน ลูกเราจะอยู่ยากมั้ย”


Always should be someone you really love


แล้วเขาก็พูดว่า “จริงๆ ผมก็ไม่ได้รังเกียจพวกเพศที่สามนะครับ แต่…”

ไอ้แต่นี่ล่ะ ที่เป็นปัญหา เพราะแสดงว่าเขากำลังมีปัญหากับเรื่องที่ไม่ควรเป็นปัญหา อย่างเรื่องคนเป็นเกย์

เราคิดว่าสังคมไทยเปิดกว่างยอมรับ LGBTQ (Lesbian, Gay, Bisexual, Trans and Queer) แต่ทุกทีที่เว็บเมเนเจอร์ลงข่าวเรื่องเกย์ กะเทยเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะร้ายหรือดี เราก็ยังคงได้เห็นคอมเม้นต์เกลียดตุ๊ดกันตลบ แต่เรื่องนั้นไว้ค่อยพูดทีหลัง เอาเรื่องคุณพ่อพันทิพนี่ก่อน

หนังเกย์เยอะขึ้นทุกวัน ลูกเราจะอยู่ยากมั้ย ผมจะตอบลูกว่ายังไงคุณพ่อคนหนึ่งในพันทิพถาม วันก่อนผมเพิ่งไปดูหลวงพี่แจ๊สมา ไปเจอตัวอย่างหนังเรื่องนี้ในโรง ลูกชายผมถามว่าทำไมผู้ชายกับผู้ชายเขาถึงจูบกันได้ ผมตอบลูกไม่ถูกเลยคับ

คุณพ่อหมายถึงตัวอย่างหนังอันนี้


 


ก็ดีที่เขามาตั้งกระทู้ถาม เพราะสิ่งที่เด็กในตอนนี้จะต้องเจอแน่ๆ ในอีกสัก 10 ปีข้างหน้า คือสังคมโลกที่มีความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศกว่าปัจจุบัน เป็นโลกสมัยใหม่ที่ถ้าไม่เปิดใจเสียแต่เด็กๆ ก็จะตามเขาไม่ทัน 

เราเลยสอบถาม จุฑาธร ประวัติยากูร นักวิชาการแลกเปลี่ยน มหาวิทยาลัย Harvard ที่เพิ่งจัดเสวนาที่ฮาร์วาร์ดเรื่องสิทธิกะเทยแปลงเพศในประเทศไทยไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว ว่าถ้าเป็นเธอพ่อคนนี้ เธอจะตอบลูกยังไง

คุณจะตอบยังไง ถ้าลูกอายุ 4 ขวบถามว่า “ทำไมผู้ชายในหนังเขาถึงจูบกัน
ถ้าสี่ขวบเนี่ย ก็ไม่ควรให้ดูหนังมีฉากไม่เหมาะสมกับวัยแบบหนังใน link แล้วล่ะ ยังไม่เหมาะกับเลิฟซีน หรือฉากพวกนั้น แต่ถ้าถาม จะบอกว่าผู้ชายกับผู้ชายก็รักกันเองได้ ทุกคนรักกันได้หมด เรื่องธรรมดาจ้ะ”

แต่เขาบอกว่า เขาพาลูกไปดูหนังเรื่องอื่น แต่หนังตัวอย่างเรื่องนี้มันโผล่มาเอง
เออ อันนี้ห้ามยากว่ะ เด็กยุคไอแพดด้วย ก็คงตอบเหมือนเดิม “ผู้ชายกับผู้ชายก็รักกันเองได้ ทุกคนรักกันได้หมด เรื่องธรรมดาจ้ะ”

ทีนี้สมมุติว่าลูกโตจนรู้เรื่องขึ้นมาหน่อย สัก 8 ขวบ จะตอบว่ายังไง
ก็จะตอบว่าเพราะเขาชอบกันรักกัน พอโตขึ้นแล้วผู้ใหญ่ก็จะแสดงความรักกัน โลกนี้มีคนตั้งหลายแบบ หญิงกับชายรักกันจูบกันก็มี ชายกับชายรักกันเลยจูบกันก็มี ผู้หญิงจูบกันเองก็มี ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เป็นสิทธิของเขาจ้ะ

การสอนเด็กตอนเข้าช่วงวัยรุ่นนี่สำคัญ อย่าพยายามปลูกฝังความคิดแบบ homophobia (เกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน) ให้เด็ก ต้องให้เขาเรียนรู้ความแตกต่างของคนแต่เนิ่นๆ จะได้โตมาเป็นคนไม่ใจแคบและเข้าใจเรื่องสิทธิของคนอื่น สอนแบบกลางๆอย่าชี้นำด้วยอคติ

แล้วถ้าต้องพูดกับคุณพ่อน้องคนนี้ล่ะ ว่าการมีเกย์บนโลก จะทำให้ลูกของเขาอยู่ยากไหม?
ถ้าจะให้พูดแบบวิชาการหน่อยคือ: “ความจริงของสังคมที่บอกว่าโลกนี้มีแค่คู่หญิงชาย (hetero-normativity) เป็นความจริงของสถาบันที่มีอำนาจในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ รัฐบาล ศาสนา และอื่นๆ พยายามจะสั่งสอนเราว่าความจริง (ทางวิทยาศาสตร์ หรือความถูกต้องทางศีลธรรม) คืออะไร ธรรมชาติคืออะไร จนทำให้คนละเลยความเข้าใจว่า จริงอยู่ ร่างกายที่เกิดมา (เพศกำเนิด) มักมีอวัยวะสองขั้วคือจู๋กับจิ๋ม แต่เพศสภาวะ เพศวิถี รสนิยมทางเพศ มันเป็นอีกเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเพศกำเนิด มันเป็นการประกอบสร้างทางสังคม ผสมกับเหตุผลทางธรรมชาติบ้างด้วย

ฉะนั้น จะสอนลูกว่า อยากเป็นอะไรก็เป็น อยากรักอยากชอบใครก็ชอบ เราไม่จำเป็นต้องมีเพศเป็นอย่างที่สังคมบังคับบอกให้เราทำ แล้วแต่ลูกเลย ตราบใดที่มีสติ มีความสุข ปลอดภัย และไม่เบียดเบียนสิทธิคนอื่น ไอ้ความคิดแบบ binary opposition (คู่หญิงชาย) นี่ทำให้โลกไม่ก้าวไปไหน กดขี่คนที่ไม่อยู่ในกล่องเพศแคบๆ เหยียดหยามคนที่ต่างกับพวกตัวเอง เพศไหนก็เป็นคนเท่ากันต้องมีสิทธิเท่ากัน ฉะนั้นถ้าอยากจะแต๋งจิ๋ม จะแต๊บไข่ จะเป็นทอม เลส อะไรก็ไม่ห้ามหรอก ขอให้ดูแลกาย/ใจตัวเองให้ปลอดภัย (แต่จะว่าไปเพศ LGBTQ หรือหญิงชายก็อยู่ในกล่องเพศในขอบเขตที่ต่างกันแหละ)

คุณคิดว่าสังคมไทยเปิดรับเรื่อง LGBT ได้ในระดับไหนแล้ว
ของไทยยังดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ แต่สำหรับสังคมไทยขอใช้คำว่าทน” LGBTQ มากกว่ายอมรับเพราะยังมีปัญหาการกีดกันเยอะมาก ทั้งทางกฏหมายและชีวิตประจำวันที่ยังน่าเป็นห่วง เช่น การหางาน อาชญากรรมจากความเกลียดชัง การเข้าถึงสิทธิพื้นฐานทั่วไป อย่างตอนนี้คิดว่า สิทธิคุ้มกันกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศทางกฏหมาย ควรจะนำมาใช้ในประเทศไทยได้แล้ว เพราะเรามีจำนวน LGBTQ เยอะ

สิ่งที่อยากฝากคือสื่อบันเทิงต่างๆ ควรจะเพลาเรื่องการเสนอภาพเกย์ เลส คนข้ามเพศ หรือเพศนอกกรอบไปในมุมแบบเหมารวม เช่นเป็นตัวตลก บ้าผู้ชาย คลั่ง อารมณ์รุนแรง อะไรแบบนี้ ทางการตลาดมันอาจจะเอามันส์ ขายได้ แต่มันเป็นการผลิตซ้ำๆ ภาพลักษณ์ที่ไม่ได้ช่วยเรื่องความเท่าเทียมในระยะยาว

คำถามสุดท้าย อาจารย์ฮาร์วาร์ดที่เป็นข่าวเบี้ยวทุนการศึกษาตอนนี้ถึงไหนแล้ว
เรืองนี้คนที่นี่ก็ไม่รู้เรื่องกันเลย ต้องไปถามพวกอยู่คณะทันตแพทย์