22 Sep 17
 

22 Sep 17 / Third Worldทำไมผมจึงได้ยินเพลงของ Joy Division เมื่อดูงานของกอร์มลี่ย์

โดย โน้ต พงษ์สรวง


(Photo: www.antonygormley.com )


ฟังดูแปลก แต่ผมเป็นคนกลัวความเวิ้งว้าง เช่น พื้นที่โล่งกว้างกลางแจ้ง โดยเฉพาะทุ่งหรือลานใหญ่ที่ไม่มีต้นไม้หรือสิ่งก่อสร้างที่สูงกว่าตัวผม มันเกิดจากตอนเด็ก ที่มีใครคนหนึ่งเล่าให้ฟัง ว่าเขารู้จักคนโดนฟ้าผ่ากลางทุ่งตอนกลางวันแสกๆ เขาเล่าว่า วันนั้นท้องฟ้าสดใสไร้เมฆฝน แต่ในเมฆมีประจุไฟฟ้า และในคนก็มีประจุไฟฟ้า เขาเดินอยู่คนเดียวกลางทุ่งโล่งจึงโดนฟ้าผ่าตายกลางแดด

แม้โตขึ้นความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์จะมาหักล้างเรื่องขี้โม้นั่นแล้ว ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ฟ้าจะผ่าในวันอากาศดี แต่ความผวาก็ยังตกค้างฝังใจอยู่บ้าง ทำให้ผมชื่นชมความงามของทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาและท้องฟ้ากว้างใหญ่ได้ไม่สนิทใจ ผมจะอุ่นใจกว่าถ้ามีคนมาเดินกลางทุ่งเป็นเพื่อนสักคนเพื่อกระจายความเสี่ยง


(Photo: www.antonygormley.com )


ความรู้สึกของผมตอนเห็นงานชิ้นสำคัญของ เซอร์ แอนโทนี่ กอร์มลี่ เมื่อนานมาแล้วจากนิตยสารฝรั่งเล่มหนึ่งก็แปลกๆบทความในนิตยสารพูดถึงงาน “Horizon Field” (2010) ที่เขานำประติมากรรมรูปคนขนาดเท่าตัวคน ไปตั้งตามจุดต่างๆ ทั่วภูมิทัศน์เวิ้งว้างของหุบเขาแอลป์ในออสเตรีย มันแปลกที่แค่ดูภาพก็ทำให้ผมเห็นความรู้สึกกลัวความเวิ้งว้างของตัวเอง ผมจินตนาการตัวเองหลงทางอยู่กลางหุบเขาในรูป การได้เห็นประติมากรรมตัวคนยืนอยู่ไกลๆ มันจะช่วยทำให้ผมอุ่นใจได้หรือเปล่าหรือมันจะทำให้ผมกลัว? หรือมันจะช่วยให้ผมไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือฟ้าจะผ่าใครก่อน?

แต่มันก็แค่ความรู้สึกร่วมแค่ตอนดูภาพนั้นน่ะนะครับ ไม่ใช่ช่วงนาทีแห่งการบรรลุสัจธรรมใดๆ พอพลิกหน้าผมก็คิดเรื่องอื่น แต่มันก็ทำให้ผมสนใจแนวความคิดของกอร์มลี่ย์มากขึ้น บางอย่างจากงานของเขา ให้ความรู้สึกดาร์คๆ อึนๆ ที่บอกได้ยาก ว่าทำไมคุณจึงรู้สึกโดดเดี่ยวและสงบนิ่งเมื่อดูงานเขา


Joy Division (Picture By: Paul Slattery / Retna Pictures )


แล้วถ้าให้เปรียบเทียบงานของกอร์มลี่ย์เป็นเพลง ผมก็นึกถึงเพลงของวง Joy Division ทันที ความรู้สึกที่ศิลปะสองแขนงนี้ให้ผมเหมือนกัน ก็คือความรู้สึกดาร์คๆ อึนๆ อย่างที่บอก ดนตรีของ Joy Division ประกอบด้วยเสียงร้องทุ้มต่ำของเอียน เคอร์ติสผู้ล่วงลับ มีกีตาร์ไฟฟ้าใส่เอฟเฟ็คต์ก้องๆ เหมือนเล่นอยู่ในห้องโล่ง ทุกเพลงมีเสียงกลองที่หนักแน่น ชัดถ้อยชัดคำ แม้แต่เพลงที่เร็วของวงนี้อย่าง “Digital” ก็ยังมีบรรยากาศมืดมนระบายอยู่

เมื่อคิดย้อนไปว่าวงนี้ออกมาในช่วงปลายยุค 70s ที่หลายวงรุ่นเดียวกันทำเพลงสีสันฉูดฉาด แต่งตัวก็สุดเหวี่ยง ถ้านำเพลงของพวกเขาไปวางคู่กับคนอื่น มันคงดาร์คจนเพื่อนไม่กล้าคบ ถ้าจะหาเพลงที่เหมาะที่สุดมาเปิดในนิทรรศการของกอร์มลี่ย์สักเพลง ผมก็เชียร์เพลง Atmosphere หนึ่งในเพลงดังที่สุดของ Joy Division



แต่งานของกอร์มลี่ย์ไม่มีเสียง และไม่ต้องการเพลงประกอบ งานของเขามักพูดถึงความสงบภายในของจิตใจผู้คน ที่มักถูกป่วนปั่นด้วยความวุ่นวายของสังคมโลกที่ทุกคนต้องข้องเกี่ยว เป็นแนวคิดที่มีความเป็นพุทธสูง ผมคิดว่าที่แสนสิริเลือกกอร์มลี่ย์มา ก็อาจด้วยแนวคิดนี้แนวคิดที่ว่า ความล้ำค่าที่สุดสำหรับมนุษย์เรา ท้ายสุดแล้วไม่ใช่ชื่อเสียงเงินทอง แต่คือการได้มีเวลาอยู่กับตัวเองอย่างสงบ



งานของศิลปินคนสำคัญมักถูกแบ่งเป็นช่วง ตามพัฒนาการของงานและแนวคิด งาน ‘LOOK’  ชิ้นนี้ของกอร์มลี่ย์ที่อยู่กับแสนสิริ เป็นงานในยุคที่เขาคลี่คลายรูปทรงตามธรรมชาติด้วยประสบการณ์หลายสิบปีของเขา จากที่เคยทำประติมากรรมเสมือนจริงที่หล่อจากร่างกายเขาเอง มาเป็นรูปทรงกึ่งนามธรรม ที่เกิดจากเอาก้อนเหล็กสี่เหลี่ยมหนาและหนักมาประกอบกันเป็นตัวคน เป็นการพยายามให้ผู้ดูได้มองข้ามรูปร่างเพื่อสื่อสารประเด็นหลักที่เป็นเรื่องนามธรรมไปเลย นั่นคือห้องบัญชาการพฤติกรรมทุกชนิดของมนุษย์ ก็คือจิตใจคนเรานี่เอง




‘LOOK’ ท้ายแล้วก็คือก้อนเหล็กมาต่อกัน แต่แปลกดีที่พอได้สบตากันความรู้สึกแปลกๆ ของผมก็วาบขึ้นมาวูบหนึ่ง ทั้งความกลัวความเวิ้งว้าง ความไม่อยากอยู่คนเดียว ผมคิดว่าบางทีที่ผมเลือกอาชีพที่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจอคนเยอะๆ อย่างการจัดปาร์ตี้ อาจเป็นเพราะมีความกลัวที่ว่าแอบอยู่ข้างในตลอดเวลา

บางทีผมควรจะลองหัดอยู่เงียบๆ กับตัวเองให้บ่อยกว่านี้


ประติมากรรมระดับโลก ‘LOOK’ โดยเซอร์ แอนโทนี่ กอร์มลีย์ สามารถรับชมได้ในงาน ‘In Between Body and Space’ แสนสิริ เลานจ์ (Sansiri Lounge) ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน  ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันเสาร์ที่ 30 กันยายน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-610-9207-9

#GormleyXSansiri #AntonyGormley #SansiriLounge