29 Jun 17
 

29 Jun 17 / Third Worldทำไมเดี๋ยวนี้ผู้ชายเขาไม่นุ่งกระโปรงกันแล้วอ่ะ?

ข่าวเด็กมัธยมในอังกฤษ 30 คนชวนกันใส่กระโปรงประท้วง ว่าทำไมเด็กผู้ชายใส่ขาสั้นไปโรงเรียนไม่ได้ ทีผู้หญิงยังใส่กระโปรงสั้นแค่เข่าได้นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2011 ก็เคยมีนักเรียนชายอายุ 12 ปีใส่กระโปรงมาเรียนเพราะอากาศร้อนและพบช่องโหว่ในกฏของโรงเรียน ว่าไม่ได้ห้ามนักเรียนชายใส่กระโปรง 

แต่ข่าวเล็กๆ ที่คล้ายกันแต่มีมิติลึกกว่าอากาศร้อน เกิดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่โรงเรียน Highgate โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอังกฤษ เมื่ออาจารย์ต้องนำวาระเรื่องเครื่องแบบนักเรียนที่เหมาะกับทุกเพศมาพิจารณาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงถาม-ตอบในชั้นเรียนของเด็กกลุ่มหนึ่ง เรื่องความทัดเทียมกันของเครื่องแบบเพศชายและหญิง ว่าจำเป็นหรือที่ผู้ชายต้องใส่แต่กางเกง “เราต้องการพิสูจน์ว่าระเบียบการแต่งกายของเรา มันสามารถยืดหยุ่นไปตามความต้องการของคนที่อยากและไม่อยากใส่เสื้อผ้าตามเพศสภาพของเขาหรือเปล่า” อาจารย์คนหนึ่งบอก


boyskirts

 นักเรียนใส่กระโปรงประท้วง (ภาพ: The Independent )


เพศสภาพ แปลหยาบๆ คือ การแสดงความเป็นหญิงหรือชายตามที่สังคมกำหนด ฉะนั้นการรู้ว่าตัวเองเป็นเพศอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามเพศกำเนิด สิ่งที่นักเรียนกลุ่มนี้ตั้งคำถาม อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงระเบียบเครื่องแต่งกายไปโรงเรียนที่เหมาะกับเพศของพวกเขา ถ้าเครื่องแบบไม่บังคับว่าคนมีจู๋ต้องใส่แบบนี้ แต่ถ้ามีจิ๋มต้องแต่งแบบนั้น นักเรียนก็จะเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบายใจภายใต้กฏระเบียบ



egypt

Giza Fashion Week Spring/Summer 3100 BC


ในประวัติศาสตร์ เรารู้กันดีว่าผู้ชายใส่กระโปรงเป็นเรื่องธรรมดา ตอนนี้ในเอเชียก็ยังนุ่งสโร่ง ผ้าขาวม้ากันเป็นปรกติ ส่วนในอดีต ผู้ชายตะวันตกใส่ทั้งกระโปรงและชุดยาวมาตลอด จนกระทั่งศตวรรษที่ 14 ที่วิวัฒนาการการตัดเย็บเริ่มมีการผลิตเสื้อผ้าที่ใส่แบบแยกสองขา ตอบโจทย์ด้านสรีระและกิจกรรมของผู้ชายได้ดี เพราะขี่ม้าง่ายกว่า อุ่นกว่า ยืนฉี่ก็ง่าย จะทำงานที่ต้องใช้แรงงานก็สะดวก และเมื่อกางเกงค่อยๆ เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชาย รูปทรงของมันก็พัฒนาไปเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ผู้ชายใส่เสื้อผ้าที่ไม่มีรูปทรง เช่นการห่มผ้า จับจีบ หรือทูนิค (ชุดหลวมยาวสวมหัว) แต่พอศตวรรษที่ 15 ทูนิคของผู้ชายที่เคยยาวถึงแข้งก็สั้นขึ้นมาแค่ระดับสะโพกและเข้ารูปมากขึ้น ส่วนผู้ชายที่รักความทันสมัยจะนิยมใส่ถุงน่อง


menskirt

การแต่งกายชนชั้นสูงชาวแอลบาเนียในศตวรรษที่ 19


 

thaiposter
เมื่อรัฐบาลสั่งว่าอะไรอิน อะไรเอาท์


แต่ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านั้นคนเราจะคิดกางเกงกันไม่ได้ เมื่อสี่ปีที่แล้ว นักโบราณคดีขุดพบกางเกงขี่ม้าอายุประมาณ 3,000 ปี ในหลุมศพแห่งหนึ่งทางภาคตะวันตกของจีน กางเกงตัวนี้ไม่มีตะเข็บเพราะเป็นการทอแบบขึ้นทรงเป็นกางเกงเลย แล้วจึงปะเป้าและตกแต่งให้สวยงามตามทรง ข้าวของที่อยู่ในหลุมชี้ว่าเจ้าของคงเป็นของนักรบระดับแม่ทัพ


bb_trousers_free-1

กางเกงสามพันปีของนักรบบนหลังม้าชาวจีน (ภาพ: M. WAGNER/GERMAN ARCHAEOLOGICAL INSTITUTE) 


ศตวรรษที่ 19 ในตะวันตก (ช่วงรัชกาลที่ 2-รัชกาลที่ 5) ทุกอย่างเริ่มแบ่งชาย-หญิงชัดเจน เมื่อกางเกงทรงขี่ม้าเป็นที่นิยมที่ผู้ชายใส่แล้วรู้สึกเท่ ส่วนผู้หญิงเห็นก็กระชุ่มกระชวย เพราะมันรัดทั้งก้น ขา เป้า ทำให้ผู้ชายดูเซ็กซี่ทะมัดทะแมง กระนั้น ผู้ชายนุ่งกระโปรงหรือชุดยาวก็ยังไม่ใช่เรื่องแปลก พวกนักปราชญ์ บาทหลวงเขาก็ยังนุ่งกัน

เพิ่งจะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนี่เอง ที่กระโปรงกลายเป็นของผู้หญิงเท่านั้น และแม้ทุกยุคจะมีดีไซน์เนอร์พยายามออกแบบกระโปรงให้ผู้ชายใส่ แต่ก็ไม่เคยเวิร์คสักที มาร์ค เจคอบส์ เคยนุ่งทั้งประโปรงออกสื่ออยู่เป็นปีและพยายามดันให้เป็นเทร็นด์อยู่นาน แต่ก็ไม่มีผู้ชายคนไหนตาม เคิร์ท โคเบนก็ใส่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เห็นแฟนเพลงจะแต่งตามเช่นกัน ล่าสุด Thom Browne ก็ทำกระโปรงและชุดยาวออกมา คนก็ชมว่าคอนเซ็ปต์เท่ดี แต่ให้ซื้อใส่คงไม่ และตัวดีไซน์เนอร์เองก็คงรู้ว่าถึงเวลาทำขายจริงก็คงมีแต่ผู้หญิงซื้อ


marcj
ห้าปีก่อนมาร์ค เจคอบส์ ใส่กระโปรงเป็นประจำ


menskirts

Raf Simons 2010 / Vivienne Westwood 2010 / Givenchy 2016 / Thom Browne 2018


ในยุคนี้ที่ผู้หญิงแต่งตัวแบบผู้ชายเป็นเรื่องปกติ และถ้าผู้ชายจะใส่กระโปรงเดินถนนตำรวจก็ไม่จับ แม้มันจะมีหลายพันวิธีในการออกแบบกระโปรงสำหรับผู้ชาย แต่เสื้อผ้ายังคงเป็นเครื่องมือของอำนาจและแบ่งแยกกชนชั้นสถานะที่ดีที่สุดเสมอมา สิ่งเดียวที่หยุดยั้งผู้ชายไม่ใส่กระโปรง (ต่อให้เป็นกระโปรงที่ออกแบบสำหรับผู้ชาย) คือ “ความกลัว” กลัวโดนล้อ กลัวไม่แมน กลัวคนมอง กลัวเสียศักดิ์ศรี

บางทีเทร็นด์ผู้ชายนุ่งกระโปรงอาจกลับมาในวันที่ทหาร นักการเมืองชี้ชวนกันใส่กระโปรงไปทำงานเหมือนเด็กนักเรียนพวกนั้น แต่ระหว่างรอ ผู้หญิงก็ควรหามุกใหม่ๆ มาไล่ผู้ชายเหียกๆ แทนประโยคที่ว่า “ไปหากระโปรงนุ่งไป๊” เสียที เพราะเขาอาจเปิดตู้เสื้อผ้าของเขาใส่หน้า แล้วถามกลับว่า “อยากให้ใส่ตัวไหน?”