05 Apr 18
 

05 Apr 18 / Third Worldฉันไป take over มิวเซียมถ่ายรูปจีบหนุ่มอาร์ตในทินเด้อ แต่สุดท้ายเป็นฉันที่ต้องช้ำใจ

หวัดดี นี่แคนดี้เอง แคนดี้ไหน? แคนดี้ลูกกวาดอันตรายไงคะ

สมัยก่อน ซึ่งไม่กี่ปีมานี้เองค่ะ ถ้าผู้หญิงจีบผู้ชายก่อน จะโดนเรียกว่าแร่ด แต่บัดนี้ ปี 2018 พฤติกรรมเดียวกันนี้ เขาเรียกว่า feminist แล้วเว้ยย การรุกก่อนเป็นการสำแดงพลังหญิงรูปแบบหนึ่ง ว่าฉันจะไม่นั่งเจี๋ยมเจี้ยมรอให้ผู้ชายเลือกเหมือนตุ๊กตาซุ้มยิงปินตามงานวัดอีกต่อไปค่ะ

นอกจากนี้ เรายังไม่จำเป็นต้องรุกแบบถึงเนื้อถึงตัว เดี๋ยวนี้ต่อให้แปรงฟันอยู่ก็จีบหนุ่มได้ค่ะ และภารกิจที่ Third World มอบหมายให้แคนดี้วันนี้ คือไปใช้มารยาหญิงหักอกหนุ่มติสต์ๆ ในทินเดอร์มาให้ดูอย่างน้อย 1 นายค่ะ



เราเริ่มกันที่นิทรรศการ Museum of ME (MoME) ที่ชั้น G เอ็มโพเรี่ยม ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ เป็นนิทรรศการอินเตอร์แอคทีฟ ที่เอาตัวคุณไปอยู่ในงานศิลปะได้ ตัวงานเป็นเหมือนมิวเซียมย่อส่วน ที่มีกิจกรรมแบบที่มิวเซียมใหญ่ๆ เขามีกัน เช่นร้านกิฟต์ช็อปตอนขาออก หรือการมีศิลปินมานั่ง customize ของที่ระลึกให้คุณ อันนี้เดี๋ยวจะเล่าขั้นตอนอีกที แต่เอาเป็นว่า ออกจากงานนี้ คุณจะได้รูปน่ารักๆ กลับบ้านตั้งสิบรูปแน่ะ! มันเริ่ดตรงนี้ค่ะ 😀



เหรอ แล้วไงต่อ จะเอารูปตั้งแยะไปทำอะไร? คุณถาม

ก็เอาไปลง IG เรียกยอดไลค์ เผื่อได้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ มีคนมาจ้างโพสต์สินค้ารูปละสามพันไงคะ เดี๋ยวนี้รูปสวยๆ ทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ หรือไม่…ก็เอาไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์ต่ออนาคต เช่น…เอาไปเล่น Tinder ให้หนุ่มติสต์หลงรักเรา ถึงขนาดต้องวาดรูปเรา ทำให้เรากลายเป็นงานศิลปะ ตามโจทย์ที่ Third World ให้มาไงคะ



ทีแรกแคนดี้ลองเอาไปลง Grindr ที่เป็น app หาคู่ของเกย์ก่อน กะว่าจะได้เพื่อนสาวก้ามปูสักนาง (ที่นี่มีแต่คนล่ำค่ะ) แต่ไม่มีใครสนใจแคนดี้เลยค่ะ เงียบและเงิบมาก



แคนดี้ทักไปกี่นาย ก็เจอแต่ความเงียบ หนักกว่านั้น ดันไปเจอนังเพื่อนกะเทยอี๊ก!



ก็เลยเปลี่ยนแพลตฟอร์มดีกว่า



นิทรรศการ Museum of ME เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญจน์ Emporium Made In Summer ไอเดียคือ ให้คนหนีร้อนมาดูงานเย็นๆ ช่วงซัมเมอร์ หรืออย่างช่วงสงกรานต์ ถ้าใครไม่ออกนอกเมือง ก็แวะเข้ามาดูงานกันได้ โดยนิทรรศการนี้มีศิลปินรุ่นใหม่ของไทยและสากลสิบคน ( Juli Baker and Summer, Cuscus The Cuckoos, Joe EE, Shittak , Jirayu Koo, Simon Pillard  ฯลฯ) เขาออกแบบงานดีทีเดียวค่ะ แบ่งห้องซ่อกแซ่กเหมือนเขาวงกต มีพนักงานตามจุดต่างๆ ที่คอยทักทายคุณด้วยท่าประหลาดๆ เหมือนกำลังทำ performance art



เคยมีเพื่อนบอกว่า ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองหน้าตาดีแค่ไหน ให้เอารูปที่ซื่อสัตย์ที่สุด (คือรูปที่ไม่ผ่านการแต่ง การใส่ฟิลเตอร์ หรือรูปบ้านเบี้ยว) ไปลงทินเดอร์ แล้วปัดขวาอย่างเดียว จากนั้นให้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ออกมา ว่าได้  match กี่คน เช่นถ้าปัดขวา 10 คน แล้ว match 4 คน แสดงว่าความสวยของคุณอยู่ที่ 4/10

ทินเดอร์จำกัดให้ปัดขวา-ซ้ายได้ไม่เกินวันละ 100 คน แคนดี้ไม่เคยเล่นทินเดอร์มาก่อน พอเอารูปลงทินเดอร์จนครบหกรูปเต็มลิมิตแล้ว แคนดี้ก็ทำการปัดขวารัวๆ ค่ะ

แคนดี้ปัดขวาไป 100 คน ได้ match มาแค่ 47 เองค่ะ เสียใจนิดหน่อยเพราะนึกว่าตัวเองจะสวยหยุดโลกกว่านี้ และด้วยเหตุผลอะไรไม่ทราบ คนที่ match กับแคนดี้เป็นหนุ่มฝรั่งกับหนุ่มแขกเสียส่วนใหญ่ หนุ่มไทยน้อยมาก ทำไมคะ ไม่ชอบรูปที่แคนดี้อุตส่าห์ไปทำมาเหรอ 🙁



แต่ไม่ว่าอย่างไร แคนดี้ก็พร้อมแล้วค่ะ สำหรับความโรแมนติคยุคดิจิตัล ลาก่อน คืนวันที่ฝันหวาน ว่าเดินซูเปอร์มาเก็ตแล้วจะไปชนกับพี่โป๊ปจนข้าวของหล่นกระจัดกระจาย แล้วมือเราก็สัมผัสกันตอนพี่เขานั่งลงช่วยเก็บของ กลายเป็นรักแรกพบ แล้วเราก็แต่งงานกัน มีลูกน่ารักสองคน ยี่สิบปีต่อมา พี่โป๊ปช่วยซับน้ำตาให้แคนดี้ตอนส่งลูกสาวไปเรียนต่อเมืองนอก

พอๆๆ ไร้สาระ เราต้องอยู่กับปัจจุบันนะคะ และปัจจุบันคือ ความรักยังคงอยู่ในอากาศ แต่เปลี่ยนรูปแบบเป็นคลื่นแม่เหล็กยิงตรงเข้ามือถือเหมือนศรรักกามเทพ

ด้วยภาพฝีมือศิลปินจากนิทรรศการ Museum of ME เหล่านี้ แคนดี้ฝันว่าจะทำให้แคนดี้ได้เจอหนุ่มติสต์ที่สุภาพ อ่อนไหว เขาจะชวนแคนดี้ไปออกเดตในร้านอาหารที่ไม่แพงมาก แต่อร่อยและตกแต่งอย่างมีรสนิยม มีภาพเขียนของศิลปินรุ่นใหม่แขวนที่ผนัง และเป็นร้านที่นักรีวิวต่างๆ ยังไม่รู้จัก

แต่ความจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างนี้ค่ะ…



บทสนทนาที่คุณเพิ่งอ่านจบไปนี้ กินเวลาแค่ 1 นาที สำหรับคนใสๆ อย่างแคนดี้ที่ไม่เคยใช้แอ็ปหาคู่ใดๆ มาก่อน มันเหวอมากนะคะ ไม่นึกว่าสมรภูมิกามเทพ 4.0 มันจะฮาร์ดคอร์กันเบอร์นี้ จะชมรูปเราสักรูปก็ไม่มี หน้ามืดตามัวมองข้ามศิลปะของแคนดี้กันหมดเลย ไม่สนใจจะถามชื่อเราเลยด้วยซ้ำ 



แคนดี้ก็มองโลกในแง่ดีอ่ะนะคะ คิดว่าคงดวงซวยแค่คนแรก ก็ unmatch ตาคนนี้แล้วคุยกับหนุ่มคนต่อไป และต่อไป และต่อไป หวังว่าจะมีสักคนที่ชมรูปเราสักรูปก็ยังดี แต่ก็เจอแต่ชายจิตใจสกปรก ที่ไม่รู้สึกอะไรกับการเปิดประโยคสนทนากับคนแปลกหน้าด้วยคำถามพุ่งเข้าเรื่องเพศอย่างเดียว ไม่มีใครสนใจจะถามว่าแคนดี้ชอบสีอะไร ชอบอาหารแบบไหน ชอบหมาหรือแมวมากกว่ากัน

พอถึงคนที่เจ็ด แคนดี้ก็เลิกหวังจะได้เจอหนุ่มติสต์นิสัยดีแล้วค่ะ ภารกิจที่ Third World ให้มาคงไม่สำเร็จแน่แล้ว ยิ่งเจอมากยิ่งรู้สึกความเป็น “ME” ในตัวแคนดี้ต่ำต้อยด้อยค่าลงเรื่อยๆ จนเหมือนว่าไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เพราะผู้ชายเขาก็ไม่ได้คาดไวังอะไรนอกจากเนื้อตัวเรา นี่นะหรือความโรแมนติค 4.0

สักพักแคนดี้ก็เริ่มหน่าย ตัดบทไปว่าแคนดี้เป็นสตรีมีเซอร์ไพรส์ ซึ่งก็ทำให้ผู้ชายเงียบหาย unmatch ไปกันหมด เช่นหนุ่มฝรั่งเศสสองคนนี้



บางคนบอกว่ามีสามีแล้ว ฮีก็ไม่สน เช่นพี่ Abhyuday คนนี้



หรือพวกที่มาแนวตลก 69 เช่นนาย Oscar คนนี้ ซึ่งนับว่ายังดีกว่าหนุ่มรายอื่นๆ เพราะอย่างน้อยตานี่ก็มีไหวพริบโต้ตอบว่องไวใช้ได้



หลักการของ Museum of ME คือคุณสามารถอยู่ในงานศิลปะได้ วิธีการก็คือ พอคุณเข้าไปในนิทรรศการ ห้องแรกที่คุณต้องเข้าคือห้องถ่ายรูป พอถ่ายรูปแล้ว คุณก็จะได้บัตร QR Code เพื่อใช้สอดใสช่องสแกนที่มีอยู่ใต้ผลงานแต่ละชิ้น แล้วระบบก็จะประมวลภาพของคุณเข้าไปอยู่ในชิ้นงาน



ล้ำดีค่ะ ไม่เคยไปมิวเซียมลักษณะนี้มาก่อน ก็สนุกดี เสียบการ์ดแล้วรูปขึ้นพรึ่บพรับเต็มมิวเซียม รู้สึกเหมือนแคนดี้ได้เป็นเจ้าของมิวเซียมจริงๆ จะติดก็ตรงที่ว่า ถ้ายังไม่มีใครมาเล่นต่อ ภาพของเราก็จะค้างอยู่แบบนั้นสามนาที เขินเหมือนกันนะคะ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะคนถัดมาเขาก็ไม่ได้สนใจรูปเรามากกว่ารูปเขาเองแน่ๆ เพราะนี่คือ Museum of ME ME ME! สำหรับคน Gen ME ค่ะ

กลับมาที่ทินเดอร์กันต่อ อย่างที่บอกว่าตอนนี้แคนดี้เลิกหวังจะเจอรักแท้ไปแล้วค่ะ แต่จากที่คุยประมาณ 20 คน แคนดี้สรุปได้ว่า คนแขกและคนไทยจะคุยน่ารักกว่า ไม่เร่งร้อนเข้าเรื่องเพศ หนุ่มบางคนก็ชอบส่งหัวใจให้เรา อย่างพี่ราเชษคนนี้



หรือนาย Kanin คนนี้ ที่มีรูปโฟรไฟล์กำลังดีดกีตาร์ พูดจาน่ารัก และมีการแนะนำตัวด้วย! ช่างเป็นสุภาพบุรุษ



ผู้ชายที่เราพูดจาทะลึ่งทะเล้นแล้วเขายังไม่รีบกระโจนเข้าใส่อย่างนาย Kanin นี่มันน่าเอ็นดูจริงๆ เลย แต่แคนดี้ก็ไม่ได้คุยกับเขาต่อหรอกนะคะ ตอนนี้ลบทินเดอร์ไปแล้ว

อย่างที่บอกล่ะค่ะ คนเอเชียดูจะคุยเรื่อยๆ ไม่เร่งร้อน แต่พวกฝรั่งนี่นะคะ คุยไม่กี่ประโยคมันก็ชวนให้เราไปหาที่ห้อง/โรงแรม/เกสต์เฮาส์แล้วค่ะ น่าเศร้าเหมือนกันนะคะ พอคิดว่าเขาคงอยากรีบปิดจ๊อบกับเราเพราะกลัวเปลือง 3G และน่าเศร้าหนักเข้าไปอีก เมื่อคิดว่าเขาเห็นค่าเน็ตแพงกว่าตัวเรา

เมื่อกี้แคนดี้เล่าว่า พอขี้เกียจคุยต่อ แคนดี้ก็จะโกหกว่าแคนดี้เป็นเลดี้มีงูให้มันจบๆ ไปใช่ไหมคะ แต่รู้อะไรไหมคะ…บางทีมันก็ไม่จบค่ะ

เช่นนาย Amit คนนี้



หรือนาย Jack คนนี้




พอออกจากมิวเซียมแล้ว คุณก็จะได้ของที่ระลึกเป็นรูปที่ถ่ายจากในงาน ส่วนไฟล์เขาจะส่งอีเมล์ตามมา ท้ายมิวเซียมมีกิฟต์ช็อปของที่ระลึกขายด้วย ซึ่งแต่ละวันเขาจะมีศิลปินมานั่งเพ้นต์ของสำหรับคุณโดยเฉพาะ ของที่คุณได้ ก็จะไม่ไปซ้ำกับใคร 



นิทรรศการนี้ มีถึงวันที่ 18 เมษายนนี้ค่ะ ที่ชั้น G เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ ส่วนแอคเคาท์ทินเดอร์ของแคนดี้ แคนดี้ลบไปแล้วค่ะ ไม่ต้องพยายามตามหา เข็ดแล้ว ขอเอารูปที่ได้จากงานนี้ ไปอวดเพื่อนในเฟซบุ๊กกับ IG แค่นั้นดีกว่า



บทความนี้สนับสนุนโดย เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์

นิทรรศการ Museum of ME
ชั้น G เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์
เวลา 11.00-20.00
พิเศษ นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) เข้าฟรีทุกวัน
หริอสิทธิอื่นๆ จากพาร์ตเนอร์อื่นๆ
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
FB/IG : @EmporiumDepartmentStore

www.emporium.co.th

#MuseumOfME
#EMPMadeInSummer