25 Feb 19
 

25 Feb 19 / Third Worldแป๋ง Yellow Fang: “พอบอกเป็นวงหญิงล้วนคนเขาก็ไม่คาดหวังอะไรมาก”

LOVE THE PROGRESS

Yellow Fang เป็นวงที่อยู่มานานเกินสิบปีแล้ว แต่เพิ่งจะมาเป็นที่รู้จักแพร่หลายก็ห้าปีที่ผ่านมานี้เอง แต่ก่อนหน้านั้นสมาชิกวงก็ผ่านความปากกัดตีนถีบตามสไตล์วงอินดี้ไม่มีค่ายทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเช่าห้องซ้อมห้องอัดทำเพลงกันเอง ปั๊มแผ่นขายกันเอง เดินเร่ขายซีดีตามปาร์ตี้ตามคอนเสิร์ตก็เคยทำ ความสำเร็จที่ Yellow Fang มีวันนี้ ได้มาอย่างมีศักดิ์ศรีและไม่มีอะไรให้ครหา เป็นอีกหนึ่งวงอินดี้ไทยที่คุณเอาไปอวดเพื่อนประเทศอื่นได้อย่างภาคภูมิใจ

และเดือนมีนาคมนี้ Yellow Fang ก็จะไปเท็กซัส เพราะได้ไปเล่นที่เทศกาลดนตรี South by Southwest (SXSW) งานสำคัญของคนธุรกิจดนตรี ที่มีทั้งการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อการทำเพลงหรือการจัดคอนเสิร์ต การสัมมนาทิศทางของธุรกิจเพลง การนัดปิดดีลใหญ่ของนักธุรกิจดนตรี ส่วนคนฟังก็ไปดูดนตรีที่ไลน์อัพไม่ได้เน้นวงแมส แต่เป็นวงที่คัดอย่างดีแล้วแล้วว่าเป็นของดีมีอนาคต มันจึงเป็นงานที่ค่ายเพลงใหญ่ทั่วโลกต้องส่งแมวมองไปตกวงใหม่ๆ ทุกปี



แป๋ง – พิมพ์พร เมธชนัน นักร้องนำของวงยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Have You Heard? ที่นำเอาวงดนตรีอินดี้ดีๆ มาให้เราได้ดูกัน และในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นเดือนผู้หญิงสากล แป๋งก็เป็นหนึ่งในตัวแทนผู้หญิงที่คอนเวิร์สชวนมาช่วยให้นิยามใหม่ของคำว่า ‘ผู้หญิง’

คุณรู้หรือไม่ว่า คำว่า ‘ผู้หญิง’ ในดิคชันนารีของบางภาษายังถูกนิยามในแง่ลบ เช่น ‘เพศที่เป็นรองผู้ชาย’ หรือ ‘เพศที่อ่อนแอ’ ซึ่งนี่เป็นประเด็นที่คอนเวิร์สพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผ่านแคมเปญจน์ ‘Love the Progress’ ในปีนี้ และให้แป๋งเป็นหนึ่งในหญิงไทย ที่ช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วและตอกย้ำว่าโลกว่าเราก้าวมาถึงจุดที่เรื่องเพศไม่ควรถูกนำมาใช้ตัดสินความสามารถอีกต่อไปแล้ว

แป๋ง พิมพ์พร @pimpornno
สัมภาษณ์ โดย @Aomster
ถ่ายภาพแป๋ง ดย ปกฉัตร วรทรัพย์ @queen_pokkachat

บทความนี้สนับสนุนโดย Converse



นิยามคำว่าผู้หญิงสำหรับแป๋งคืออะไร?
ผู้หญิงคือนักสู้ ปัจจุบันผู้หญิงต้องสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงคำนิยามต่างๆ ที่ว่าผู้หญิงต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ผู้หญิงก็ออกมาต่อสู้และพิสูจน์มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเปลี่ยนนิยามเก่าๆ ซึ่งอยู่ในทุกยุคทุกสมัยหรือในทุกวัฒนธรรม ซึ่งมันเริ่มตั้งแต่เกิดมาเป็นผู้หญิง พ่อแม่ก็จะหวงเป็นพิเศษ มองว่าผู้หญิงอ่อนแอกว่า คือเหมือนกับการเป็นเพศแม่มันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนให้นมลูกแล้ว ต้องอยู่เฉยๆ ส่วนผู้ชายก็ออกไปทำมาหากิน อันนั้นคือฟอร์มแรกที่ผู้หญิงต้องเป็นอยู่แล้ว ผู้หญิงเลยกลายเป็นแม่บ้าน ต้องดูแลทุกคนและอยู่กับที่ ผู้ชายเป็นคนที่ต้องออกไปบู๊ แต่วันหนึ่งผู้หญิงก็สามารถทั้งบู๊และทั้งเป็นแม่บ้านด้วยได้เหมือนกัน แต่ก็ต้องใช้พลังงานอย่างมากที่จะทำทั้งสองอย่าง

Yellow Fang เป็นวงผู้หญิง แถมอินดี้ไม่มีค่ายเพลงมาคอยซัพพอร์ต ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่ากว่าถึงตอนนี้เจอความยากลำบากอะไรบ้าง
เราว่าการที่เราเป็นวงผู้หญิงมันได้เปรียบเยอะนะ เพราะในสังคมของนักดนตรีมันมีผู้หญิงมันน้อยมาก เราจึงได้รับความสนใจจากคนง่ายกว่า เฮ้ย ผู้หญิงเล่นดนตรี เราจะได้รับความสนใจแบบนี้มาก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่เขาจะฟังเพลงด้วยซ้ำ ถามว่าเส้นทางมันยากง่ายไหม มันก็ใช้เวลาเยอะกว่าที่คนจะรู้จักเพราะเราไม่ได้มีค่าย โดยรวมๆ แล้วสำหรับเราในฐานะศิลปินอินดี้มันใช้เวลาและใช้ความอดทนนิดนึง เราเชื่อว่าหลายๆ วงก็อาจจะล้มเลิกไปก่อน เช่นผ่านมา 2-3 ปี แล้วยังไม่ถึงไหนก็อาจจะไปทำงานดีกว่า อย่างวงเราทุกคนก็ทำงานอย่างอื่นด้วย ฉะนั้นมันก็ควบคู่กันไป เราก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ใช้เวลาไปเรื่อยๆ พยายามไม่คาดหวังอะไรที่มันไกลมากๆ



อะไรบ้างที่แป๋งคิดว่ามันเป็นข้อได้เปรียบของผู้หญิงในวงการดนตรี
เคยโดนคำถามว่าวงเราจะใช้ความเป็นผู้หญิงเป็นใบเบิกทางให้ตัวเองประสบความสำเร็จไหม เช่นแต่งตัวให้มันสวยๆ โป๊ๆ อะไรแบบนี้ สร้างจุดเด่นด้วยการใช้เพศของตัวเอง ซึ่งถ้าพูดตรงๆ มันก็เกี่ยวนะ หมายถึงในแง่ที่ว่าอะไรมันน่าดูกว่ากันแบบนี้ เช่นผู้หญิงตีกลองกับผู้ชายตีกลอง ผู้หญิงตีกลองมันก็น่าตื่นเต้นกว่า เพราะว่ามันมีน้อย พอมีน้อยมันก็ดูเป็นของใหม่สำหรับทุกคน คนก็เกิดความคาดหวัง อยากลองไปดูซิว่ามันจะเล่นอะไรวะ แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังสูงนะ เราว่าผู้ชายไม่ได้คาดหวังเยอะหรอกว่าวงหญิงล้วนจะต้องเก่งหรือจะต้องอะไร คือเขาก็ไม่ได้ดูถูก แค่มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน เราไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้ในทีวีในทุกวัน เลยทำให้ทุกคนรู้สึกว่ามันเป็นเซอร์ไพรส์ เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นแบบนี้


กาเซีย โกลา จากโปแลนด์ อีกหนึ่งตัวแทนของ Converse “Love the Progress”
“ฉันก่อตั้งเว็บไซต์ GeekGoesChic ซึ่งนำเอานวัตกรรมใหม่มารวมไว้กับเรื่องของแฟชั่นรวมทั้ง Flowbox ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยสร้างสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ลงในวิดีโอ ฉันให้ความสนใจและชอบค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีและแฟชั่น รวมไปถึงการคาดการณ์ต่างๆ จะเรียกว่าเป็นตัวฉกาจที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สร้างโปรเจ็กต์ให้เป็นไปได้อยู่เสมอ รักในการทำงาน และคลั่งไคล้ไปกับสิ่งที่ฉันทำก็ว่าได้”


แล้วคิดว่าทำไมวงการเพลงร็อคถึงมีผู้หญิงน้อย?
มันเหมือนกับจุดเริ่มต้นมันมาจากผู้ชายก่อน อย่างเพลงร็อคมันก็เริ่มมาจากผู้ชาย เพราะฉะนั้นผู้หญิงซึ่งมาทีหลังก็ต้องใช้เวลาไล่ตามหน่อยนึง แต่ในขณะเดียวกันผู้หญิงก็เปิดมุมมองใหม่ให้กับหลายๆ แนวเพลง เช่นเครื่องดนตรีที่ค่อนข้างแมนอย่างกีต้าร์ พอผู้หญิงเล่นมันก็เกิดคาแร็คเตอร์ใหม่ๆ เช่น วิธีการเล่นกีตาร์ของผู้หญิงมันก็ simple ตรงไปตรงมามากขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้เกิดเสียงดนตรีแบบใหม่ เกิดรูปแบบใหม่ๆ ที่ผู้ชายเขาก็อาจจะทำกันมาเยอะแล้ว แต่พอผู้หญิงทำบางทีมันก็น่าสนใจขึ้น มีเสน่ห์ในแบบที่ไม่เหมือนกัน

ที่จริงงวง Yellow Fang ตอนแรกเลยเรามีผู้ชายด้วย เราเคยคิดว่าอยากให้มีความหลากหลายในวง ไม่อยากให้ใครมาพูดว่าเป็นวง girl band เพราะขี้เกียจตอบคำถามเรื่องความเป็นหญิงล้วน เราไม่ได้อยากใช้ girl power เป็นจุดขายของวง ไม่อยากได้ความคาดหวังแค่เพราะเราเป็นวงผู้หญิง จุดเริ่มต้นมันเป็นแบบนั้น แต่ในที่สุดวงเราก็คัดคนเข้าออกจนเหลือแต่ผู้หญิง และในที่สุดเขาก็ต้องถามเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะมันมีแต่ผู้หญิง ซึ่งเราก็ไม่ได้มองเป็นอุปสรรค แล้วก็ไม่กดดันเลย เพราะรู้อยู่แล้วว่าทุกคนต้องคาดหวังอะไรสักอย่างอยู่แล้ว

แต่ตอนนี้มันก็เปิดกว้างมากขึ้นแล้ว
เปิดกว้างมากขึ้นแน่นอน แต่เราเชื่อว่าในยุคหนึ่งผู้หญิงก็ต้องไฟท์มามากเพื่อที่จะได้การยอมรับของการเป็นนักดนตรี เป็นร็อคสตาร์ เหมือนเราต้องต่อสู้เพื่อที่จะเท่าเทียม ถึงตอนนี้แม้เราว่ามันยังไม่ได้เป๊ะมาก แต่เราก็เห็นว่าผู้หญิงได้รับเกียรติ ซึ่งเรามองว่ามันเป็นเรื่องพิเศษ ตอนนี้ทุกคนสามารถทำเพลงร็อคได้แบบไม่จำเป็นต้องแบ่งเพศแล้ว แม้แต่คนที่เป็น LGBT ที่เคยถูกมองว่าจะอยู่แต่กับเพลงเต้นรำ ตอนนี้เราก็เห็น LGBT อยู่ในธีมร็อคมากกว่า ซึ่งมันก็เกิดเคมีใหม่ๆ ที่น่าสนใจ แล้วก็มันว้าวสำหรับเรานะ ในขณะเดียวกันผู้ชายก็สนุกที่เห็นผู้หญิงในวงการเพลงมากขึ้น เหมือนทุกคนก็อยากจะมีสมาชิกวงเป็นผู้หญิงด้วย หลายๆ วงตอนนี้เป็นแบบนั้นนะ



แต่ยังไงเราก็ยังรู้สึกว่าวงการนี้ผู้ชายนำอยู่ดี ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างเพื่อให้ผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น
นอกจากตอนนี้ที่โอกาสที่เปิดกว้างขึ้นแล้ว ผู้หญิงก็ต้องมั่นใจในตัวเองด้วยมั้ง เพราะบางทีถ้าผู้หญิงเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้ชาย คุณก็จะรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเขา เราว่าเป็นตัวของตัวเองแล้วเลิกเปรียบเทียบว่าผู้ชายเล่นกีตาร์เก่ง เราต้องไปสู้ ต้องเล่นให้เก่งเท่าเขา เราก็เล่นที่ดีที่สุดที่เราเล่นได้ ผู้หญิงเราแน่นอนว่าสมรรถภาพทางร่างกายเราต่ำกว่าผู้ชาย ฉะนั้นเราก็หากีตาร์ที่เบาที่สุดที่เหมาะสมกับร่างกายเรา ลองหาวิธีเล่นที่เรารู้สึกคล่องแคล่วที่สุด และสามารถนำเสนอสิ่งที่เราอยากจะแสดงออกมาได้ แล้วเราก็ต้องคอยผลักดันตัวเองให้ทำอะไรที่มันท้าทายมากขึ้น แต่อย่างเราจะไม่พยายามเปรียบเทียบตัวเองว่าฉันต้องร็อคให้ได้เท่านั้น ฉันต้องเล่นเก่งเท่านั้น ต้องซ่าเท่านั้น เราจะไม่กดดันตัวเองแบบนั้น

คือไม่ต้องเอาเรื่องของเพศมาเป็นตัวชี้วัด?
อย่าเอามันมาตั้งแง่ ไม่อย่างนั้นเราก็ทำอะไรไม่ได้เลย ให้คิดว่าเราเป็นนักดนตรี แทนที่เราจะคิดว่าเราเป็นผู้หญิง มันก็จะช่วยลดความอ่อนแอในตัวเราด้วยนะ ลดความรู้สึกที่เราน้อยกว่า ด้อยกว่าตรงนั้นออกไป อย่าเอาเพศมาทำให้เราไม่ได้ทำสิ่งที่เราเชื่อ อยากให้ผู้หญิงกล้าที่จะทำอะไรของตัวเอง เราอยากให้ผู้หญิงกล้าที่จะเล่นดนตรี ไม่ต้องไปเปรียบเทียบตัวเองกับเพศชาย ให้ลงมือทำไปเลย แต่ถามยังมีผู้ชายที่ดูถูกผู้หญิงอยู่ไหม แน่นอนว่ามีอยู่แล้ว และเราต้องได้เจอ



เคยเจอกับตัวเองบ้างไหม
ก็เคยเจออารมณ์แบบว่าจะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย แบบสอนนู่นสอนนี่ เป็นป่ะเนี่ย บางทีเราก็รู้สึกรำคาญแต่เราก็เข้าใจเขา ว่างานของเขาอาจไม่ได้ร่วมงานกับผู้หญิงบ่อยๆ พี่คนนี้ทำงานมาคงเคยเจอแต่ผู้ชาย นานๆ ทีจะเจอวงผู้หญิง ก็คิดว่ามันเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กัน มันก็ต้องใช้เวลาแหละ ที่ทุกคนจะมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาจนไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์อีกต่อไป ว่าการเป็นวงผู้หญิงมันไม่ควรจะต้องเป็นเรื่องที่รู้สึกเซอร์ไพรส์

คิดว่าจุดเริ่มต้นคืออะไรที่ทำให้คนรู้สึกแบบนี้
มันก็คงเป็นวัฒนธรรม สังคม ผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้าน ทำอะไรเบาๆ แบบนี้อยู่แล้ว มันก็คือกายภาพของเราด้วยแหละที่มันฟอร์มมาแบบนั้น ไปจนถึงความผู้หญิงที่ต้องสวย ต้องซี้ด แล้วดนตรีมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างเกรี้ยวกราดในบางครั้ง มันเลยถูกวางว่าอยู่ตรงข้ามกับความเป็นกุลสตรี



ทำไมมันภาพจำแบบนี้มันไม่หมดไปเสียทีเนอะ
ในบางครั้ง ความน่ากลัวอีกอย่างหนึ่งก็คือผู้หญิงด้วยกันเองนี่แหละ ที่แบบ–เธอเล่นกีตาร์เก่งหรอ โอ๊ย เก่งจังเลย มันกลายเป็นเรื่องที่ประหลาดของเขา หมายถึงเขาก็ชื่นชมเรานะ แต่จะกลับไปลองเล่นบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ บางทีก็คิดว่าทำไมผู้หญิงถึงรู้สึกไปเองว่าเรื่องพวกนี้มันอยู่ห่างไกลเขาเหลือเกิน มันเริ่มจากสื่อด้วยแหละ สื่อเป็นคนเสนอผู้ชายออกมานักดนตรีหรือโปรดิวเซอร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างควบคุมวงการ แล้วผู้หญิงก็เป็นแค่นักร้อง เหมือนเราเป็นแค่เครื่องมือที่เหมือนจะดูง่ายที่สุดในวงการนี้ นี่คือสิ่งที่เราเห็นผ่านสื่อตั้งแต่เกิด ผู้หญิงก็เต้นๆ สวย ก็ร้องเพลงไปสิ จะมาเล่นดนตรีทำไม หน้าที่ของคุณคือต้องออกไปยืนสวยๆ อยู่ข้างหน้า นั่นคือสิ่งที่สื่อเสนอมาแต่ไหนแต่ไร

แต่ในปัจจุบันกลายเป็นว่ายอดขายกีตาร์ผู้หญิงเยอะ ผู้หญิงซื้อกีตาร์ไปเล่นเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราเห็นสิ่งนี้ในสื่อมากขึ้น แล้วคนก็เกิดสำนึกใหม่ว่าใครก็เล่นกีตาร์ได้หนิ เก่งอีกต่างหาก เราว่ามันก็ค่อยๆ เดินทางนะ และผู้หญิงเองนี่แหละที่ จุดนึงผู้หญิงเองก็สบประมาทกันเองนิดๆ อยู่แล้วว่าเธอทำไม่ได้หรอก ซึ่งคิดแบบนั้นก็เท่ากับเราหยิบยื่นความมั่นใจให้ผู้ชาย ว่าผู้ชายทำได้ดีที่สุด ผู้หญิงทำไม่ได้ ดังนั้นมันก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเองก่อน ซึ่งเราเองก็เคยผ่านจุดนั้นเหมือนกัน ช่วงแรกๆ ที่เล่นกีตาร์ก็แบบ ทำไมมันเล่นยากจังวะ แต่เราเชื่อว่าผู้ชายก็เล่นยาก ทุกคนก็ผ่านจุดที่เล่นยากเล่นไม่ได้ แต่ผู้ชายจะมองว่าเล่นกีตาร์ต้องทำได้สิวะ เป็นผู้ชายจะทำไม่ได้ๆ ไง แต่ผู้หญิงกลับคิดไปเองว่าผู้หญิงเล่นไม่ได้หรอกแก มันกลายเป็นแบบนั้น ผู้หญิงตีกลองเหนื่อย จะเอาแรงแรงที่ไหนมาตี


คิน ยุน ควาน นักกีฬาศิลปะป้องกันตัวชาวสิงคโปร์ อีกหนึ่งตัวแทนของ Converse “Love the Progress”
“ฉันอุทิศตัวเองให้กับการฝึกฝนและเสริมสร้างกำลังใจให้คนทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงและเด็กในเรื่องความปลอดภัยของพวกเขา เพราะในโลกที่เรามักจำกัดขอบเขตความสามารถของตนเองด้วยเรื่องของเพศ ฉันเชื่อว่าการฝึกฝนและสนับสนุนพวกเขาแข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรื่องของความเท่าเทียมนั้นเป็นไปได้และดีมากยิ่งขึ้น”


Yellow Fang เคยทำงานทั้งเมืองไทยและเมืองนอก การยอมรับมันต่างกันไหมกับสถานะวงหญิงล้วน
เราก็จะได้ยินหลายคนบอก ว่าวงเราถูกเลือกไปนู่นไปนี่ง่ายมากเลย ใครๆ ก็บอกว่าถ้าอยู่ดีๆ มีงานที่บอกว่าต้องการวงผู้หญิงในประเทศนี้ ก็จะมีตัวเลือกไม่เกิน 3-4 วง ส่วนเรื่องเพศไม่ว่าจะเมืองไทยหรือเมืองนอกก็เหมือนกัน ยังเป็นเป้าอยู่ว่าวงนี้เป็นผู้หญิงล้วนนะ ไหนดูซิจะเล่นอะไรกัน มันต้องมีแบบนี้แน่นอน แต่เราว่ามันเป็นไปในทางชื่นชมไม่ใช่ดูถูก เรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ในวงการดนตรีมันเป็นเชิงบวก การมีเพื่อนเป็นนักดนตรี ไม่ว่าเพื่อนต่างเพศหรืออะไรก็แล้วแต่ เราไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นวงการที่ต้องแข่งขันชิงดีกัน มันมีแต่แข่งกับตัวเอง การหาประสบการณ์เพิ่ม การได้เจอคนใหม่ๆ มันไม่มีว่าฉันเก่งกว่าเธอ ในวงการเพลงเราไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลย มันเป็นวงการที่มีคุณภาพสำหรับเรานะ ในการที่จะแลกเปลี่ยน เพราะมันไม่ใช่การแข่งขัน ดนตรีมันไม่ค่อยมีการแข่งขันอยู่ในนั้น

อยากบอกอะไรกับผู้หญิงคนอื่นบ้าง?
เชื่อในศักยภาพของตัวเอง เพราะผู้หญิงมักคิดว่าตัวเองทำนู่นทำนี่ไม่ได้เลยในบางครั้ง โอ๊ย ไม่มีแรงเลยแก เปิดขวดให้หน่อย ซึ่งบางครั้งแกก็เปิดเองได้ ผู้หญิงเราสามารถทำได้ทุกอย่าง แต่มันต้องมีการฝึกฝนนิดนึง ทุกอย่างไม่เกิดขึ้นในวันเดียว แต่ว่าอยากให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะทำอะไรที่เราเคยคิดว่าเราทำไม่ได้


facebook.com/yellowfangloveyou

facebook.com/thaiconverse