22 Mar 16
 

22 Mar 16 / adminเรื่องสั้น: สุสานตัวอักษร

หลังงานศพแป้งได้สองเดือน แม่ของเธอก็เรียกผมให้ไปจัดการข้าวของส่วนตัวของเธอที่บ้าน พวกเสื้อผ้าแม่ยกให้ลูกพี่ลูกน้องของแป้งไปเกือบหมดแล้ว จะเหลือก็พวกหนังสือและซีดีที่แม่บอกว่าผมน่าจะมาจัดการเอง

แม้จะเข้าออกบ้านแป้งอยู่เป็นปีระหว่างที่เราเป็นแฟนกันจนถึงวันที่เธอจากไป แต่การกลับมาในห้องของคนที่ไม่มีวันจะกลับมานอนอีกแล้วตอนบ่ายแก่ๆ วันอาทิตย์แบบนี้ มันรู้สึกเศร้าจนทำให้ผมถอนใจโดยไม่รู้ตัวไปหลายครั้ง

นั่งอยู่กลางห้องกับกองหนังสือและซีดี มองไปรอบห้องไร้เจ้าของเป็นรอบที่ยี่สิบเห็นจะได้ นาฬิกาดิจิตัลหัวเตียงยังคงกระพริบอย่างเงียบกริบ เตียงถูกปูเรียบร้อยตามนิสัยของแป้งที่ต้องเก็บเตียงให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน (ซึ่งผมเดาว่ามันเป็นกิจกรรมสุดท้ายที่เธอทำในห้องนี้) ส่วนพุ่มแพงพวยริมระเบียงตายตามเจ้าของไปเรียบร้อยแล้วทั้งสี่กระถาง แม่แป้งคงยังทำใจไม่ได้ที่จะต้องเดินเข้าห้องมารดน้ำแทนลูกสาวคนเดียวผู้จากไป

ตุ๊กตาลิงสองตัววางย้วยอยู่บนเตียงด้านติดผนัง ผมไม่เคยชอบเจ้าสองตัวนี้เลย เพราะไอ้ฮ่องเต้ แฟนเก่าของแป้งเป็นคนซื้อให้สมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นแฟนกัน เคยบอกให้แป้งเอาไปทิ้งแต่แป้งก็บอกผมว่าอย่าหึงไร้สาระ เธอนอนกอดมันทุกวันจนติดเจ้าสองตัวนี้ไปแล้ว ขนาดไปต่างจังหวัดด้วยกันก็ยังต้องแพ็คไปด้วย

ถอนใจเฮือกใหญ่อีกครั้งก่อนเริ่มจัดเรียงกองหนังสือเกือบร้อยเล่มตรงหน้า ที่ส่วนใหญ่จะเป็นพ็อคเก็ตบุ๊คทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีทั้งนิยาย ปรัชญา การตลาด นิทาน ฯลฯ จัดไปได้เกือบครึ่งทาง ก็สะดุดกับหนังสือภาษาอังกฤษปกสีชมพูที่แป้งโทรมาฝากซื้อตอนรู้ว่าผมอยู่ร้านหนังสือ เมื่อประมาณสองเดือนก่อนเธอเสีย

The Romantic Movement –  Alain de Botton’

พอเห็นปก ก็นึกถึงวันที่เธอนอนหนุนตักผมอ่านมันที่ริมระเบียง ผมไม่รู้หรอกว่ามันเกี่ยวกับอะไร แป้งเคยเล่าให้ฟังแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจจำ รู้แต่ว่าเธอบอกว่าชอบมาก อ่านจบแล้ว เดี๋ยวอีกสักสองเดือนจะกลับมาจะอ่านใหม่

จู่ๆ ผมก็น้ำตาคลอ เมื่อคิดว่าแป้งไม่มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มสุดท้ายที่ผมซื้อให้เธอเล่มนี้อีกรอบตามที่เธอตั้งใจ ผมแทรกจมูกเข้าไปที่กลางเล่ม สูดกลิ่นหมึกจนแน่นปอด ผมคิดถึงเธอเหลือเกิน

กรีดหนังสือจากด้านหลังไปหน้า หลายหน้าพร้อยไปด้วยปากกาไฮไลท์สีเขียว และลายมือของเธอที่เขียนแปลบางประโยคยากที่ต้องใช้ดิคชันนารีช่วย และเมื่อคิดว่าเจ้าตัวหนังสือเหล่านี้ทุกตัว ล้วนเคยผ่านสายตาและเข้าไปในหัวใจของแป้งอย่างทะนุถนอม น้ำตาระลอกใหม่ก็ไหลออกมา หนังสือที่ไม่ถูกอ่าน ก็มีค่าแค่สุสานตัวอักษรหลายล้านตัว ที่ไม่มีใครปลุกวิญญาณของพวกมันให้ฟื้นมาโลดแล่นในความคิด

แล้วผมก็มาหยุดกึกในหน้าที่ 182 ซึ่งเป็นหน้าว่างก่อนขึ้นบทใหม่

แป้ง   ฮ่องเต้‘ ลายมือของเธอเขียนด้วยปากกาน้ำเงิน

รู้สึกเหมือนน้ำลายจุกคอ ปิดเปลือกตาแน่นเพื่อไล่น้ำตาระลอกล่าสุด ที่คราวนี้ถาโถมเหมือนน้ำป่าไหลหลาก รุนแรงจนทำผมสะอื้น ความรู้สึกที่มีมาตลอดว่าเธอไม่เคยรักผมได้ถูกเฉลยแล้วที่หน้า 182 นี้

ผมปาดน้ำตาด้วยหลังมือที่ถือหนังสือ รู้สึกโหวงเหวงในหน้าอก บางอย่างในตัวผมเพิ่งตายตามเธอไป เหมือนดอกแพงพวยริมระเบียง และตัวอักษรอีกแสนล้านตัวในกองหนังสือตรงหน้า


(ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเรื่อง แปะเพราะชอบเฉยๆ)
ELMGREEN & DRAGSET

“This Space Can’t Be Yours” 2006 
Billboard/ 18 aluminium profile / Plot / Panneau d’affichage, aluminium 
57 1/2 inches x 6.10 feet x 5 1/4 inches / 146 x 209 x 13 cm 
Edition of 3