04 Mar 18
 

04 Mar 18 / Third WorldSufjan Stevens เป็นใคร? มาได้ยังไง? ทำไมเพลงถึงได้ออสการ์?

เหมือนกับปี 2014 ตอนที่คาเร็น โอ ขึ้นไปร้องเพลง The Moon Song จากเรื่อง Her บนเวทีออสการ์ มันคือช่วงที่ 85% ของผู้ชมทางบ้านถือโอกาสลุกไปฉี่เพราะไม่รู้ว่าอีนี่เป็นใคร ส่วนพวกที่ยังอยู่ดูคือเด็กอินดี้ ที่สนใจออสการ์ก็แค่ช่วง 4 นาทีของเพลงนี้ เพราะพวกเขารู้กันดี ว่าเธอคือสาวพังก์ที่ซ่าที่สุดแห่งยุค MySpace ดูไปน้ำตาอินดี้ก็คลอหน่อย ปลาบปลื้มฤทัยไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าจะมีวันนี้ที่สาวบ้าจากวงอันเดอร์กราวด์ ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีแจกรางวัลที่แมสที่สุดในโลก


“What’s the hell I’m doing here?” คาเร็น โอ จากวง Yeah Yeah Yeahs บนเวทีออสการ์กับ เออร์ซ่า โคนิก จากวง Vampire Weekend


มาถึงปีนี้ที่ออสการ์ให้หนัง Get Out เข้าชิงไปงั้น ไม่มีทางได้รางวัลหรอก น่าสงสาร แค่เอาไว้กันข้อครหาว่าออสการ์ไม่ชอบคนดำกับหนังสยองขวัญ เพราะหนังที่จะได้รางวัลในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้คือ Call Me by Your Name หนังอันงดงามที่มีผู้กำกับภาพเป็นคนไทย ส่วนเพลงยอดเยี่ยมคือ “Mystery of Love” ของซุฟยอน สตีเว่นส์

ซุฟยอน สตีเว่นส์ เป็นใคร? เขาคือนักดนตรีหนุ่มหล่อที่ทำเพลงมา 18 ปีแล้ว คือตั้งแต่ยุค MySpace (2002-2008) อันเป็นยุคเฟื่องฟูของดนตรีอินดี้ เป็นยุคแรกเริ่มของโซเชี่ยลมีเดียที่แจ้งเกิด Arctic Monkeys, The Killers หรือ Yeah Yeah Yeahs แต่ต่างจากนักดนตรียุคอินเตอร์เน็ตทั้งหมด เขากลับเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป ให้สัมภาษณ์ ไม่ชอบออกทีวี ไม่ชอบมีมิวสิควิดีโอ (หรือถ้ามีก็ไม่มีตัวเขาในนั้น) เพลงที่เขาทำก็ออกกับค่าย Asthmatic Kitty ที่เขาก่อตั้งและมีเขาเป็นศิลปินคนเดียวในค่าย (แต่ตอนนี้มีประมาณ 30 วงแล้ว) เขาโปรโมทด้วยการเขียนบล็อกให้แฟนๆ เข้าไปตามอ่านเอง จนบัดนี้เขาก็ยังไม่มีเฟซบุ๊กหรืออินสตราแกรม เหมือนทางเดียวที่จะเจอเขาได้คือในคอนเสิร์ต

ดนตรีของเขาอ่อนโยน เสียงเสียงร้องที่ทุ้มลุ่มลึก จนทำให้คนเดาไปว่าเขาเป็นเกย์ แต่เพราะเป็นศิลปินที่เก็บตัวอย่างหนัก เกย์หรือไม่จึงยังไม่มีใครรู้ ถึงรู้ไปก็ไม่เห็นจะได้อะไรขึ้นมา ล่าสุดเขาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Vanity Fair ถึงเรื่องชีวิตส่วนตัวของเขา ว่าให้ดนตรีพูดก็พอแล้ว เพราะมันมีทั้งมิติและลมหายใจ เขาหวังว่ามันจะสื่อสารด้วยตัวมันเองได้ เขาไม่ใช่คนมีนิสัยชอบแชร์ทุกสิ่งที่ทำหรือบอกทุกการเคลื่อนไหว เขายังคงเชื่อในความลึกลับ แต่แม้จะไม่ค่อยโปรโมทตัวเองขนาดนี้ เขาก็ยังมีอัลบั้มที่ติดท็อปเท็นบิลบอร์ดสองอัลบั้มคือ Ages of Adz (2010) และ Carrie & Lowell (2015) 



ซุฟยอนเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เพลงเด่นๆ ของเขานมักมีเสียงแบนโจเป็นพระเอก เสียงร้องแผ่วเบา ไม่มีเพลงไหนของซุฟยอนที่จะเปิดในปาร์ตี้ได้หรอก เพราะเพลงมันเหมาะจะเปิดฟังคนเดียวในห้องนอนตอนบ่ายวันฝนพรำที่คุณรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ดังใจ หรือถ้าไปดูคอนเสิร์ตก็ต้องยืนฟังอย่างตั้งใจปล่อยอารมณ์ให้ไหลละมุนละไมไปตามเพลง ดังนั้นจึงไม่เหมาะจะมาเล่นคอนเสิร์ตเมืองไทยเท่าไหร่ เพราะคนดูประเทศนี้เขาชอบคุยกันเสียงดังในคอนเสิร์ต



ในการแสดงบนเวทีออสการ์วันนี้ หนึ่งในคนที่เขาชวนมาเล่นด้วยกันบนเวที คือแอนนี่ คลาร์ค แห่งวง St. Vincent เพื่อเก่าแก่ที่เคยทัวร์ด้วยกันตั้งแต่ช่วงอัลบั้ม Illinoise เมื่อปี 2005 ก่อนเธอจะมาตั้งวง St. Vincent

“ผมต้องสารภาพว่าไม่เคยดูงานออสการ์เลย ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมคงต้องไปหาเช่าทักซีโด” เขาบอกกับ Vanity Fair “ลูก้า (ผู้กำกับ Call me by Your Name) ติดต่อผมมา ว่าผมอยากทำเพลงให้หนังเรื่องต่อไปของเขาหรือเปล่า ซึ่งผมขอพูดตามตรงเลย ว่าผมรู้สึกว่าหนังไม่ควรต้องมีเพลงหรือดนตรีประกอบใดๆ แต่ลูก้าเป็นหนึ่งในผู้กำกับหายาก ที่ใช้ดนตรีและเสียงได้อย่างทรงประสิทธิภาพจนคุณนึกภาพหนังของเขาโดยไม่นึกถึงเสียงไปด้วยไม่ได้ ทีแรกเขาตั้งใจจะใช้เพลง “Furtile Devices” ของผมอยู่แล้ว แต่เขาก็อยากให้ผมทำเพลงให้ใหม่ เขาเลยส่งหนังสือ [บทประพันธ์ดั้งเดิม] ของ อังเดร อซิมาน มาให้ ซึ่งผมชอบมาก ต่อมาก็ส่งสคริปต์ จากนั้นผมก็เริ่มสเกตช์ไอเดียในหัวของผม ผมแต่งเพลงนี้เร็วมาก แต่ก็ทำงานแบบไกลกันมาก เพราะตอนนั้นผมยังทัวร์อยู่”

ที่จริงเมื่อกี้จะเขียนบรรยายว่าเพลงของเขาเป็นยังไงต่อไป แต่ก็รู้สึกงี่เง่าถ้าจะทำอย่างนั้นในยุคที่กูเกิ้ลทีเดียวก็ได้ฟังแล้วอย่างนี้ แต่ถ้าคุณยังไม่เคยฟังและสนใจ เราอยากแนะนำให้คุณเริ่มที่อัลบั้ม “Illinoise” จากปี 2005 ของเขา ที่รับรองว่าคุณจะต้องมาขอบคุณเราในภายหลัง ปกติเราไม่ค่อยชอบเขียนอะไรประเภท “10 อัลบั้มที่คุณควรฟังก่อนตาย” เท่าไหร่ แต่อัลบั้มนี้เป็นหนึ่งในอัลบั้มประเภทนั้น

แต่อย่าเพิ่งรีบตาย  มาดูเขาขึ้นรับรางวัลออสการ์ปีนี้กันก่อน