09 Oct 17
 

09 Oct 17 / Third Worldสัมภาษณ์ศิลปินขี้บ่น “ทำตัวแบบนี้ผู้ชายไม่หนีเหรอ” เป็นหนึ่งในคำถาม (แบบอ้อมๆ)

Wasted Rita เป็นศิลปินสาวชาวโปรตุเกสอายุ 29 ปี งานของเธอถูกแชร์อยู่ในอินเตอร์เน็ตมาหลายปีแล้ว และมีแฟนชาวไทยพอสมควร ทำงานสไตล์ขีดๆ เขียนๆ ที่ดูแล้วรู้สึกว่า “อีนี่มึงจะบ่นอะไรของมึงนักหนา” แต่เหมือนกับสิ่งที่เธอเขียน เป็นสิ่งที่หลายคนคิดแต่ไม่บ่นออกมาดังๆ เป็นงานบนผนังแบบนี้

ตอนที่ Banksy ทำนิทรรศการ Dismaland เมื่อสองปีที่แล้ว เขาก็ชวนเธอเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็คต์อลังการนั้น ส่วนตอนนี้ สถานทูตโปรตุเกสเลือกเธอมาแสดงงานครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ที่ WTF Gallery and Café ตรงปากซอยสุขุมวิท 51 



เรื่องแรกเลย ทำไมถึงเรียกตัวเองว่า Wasted Rita (ริต้าไร้ค่า)
มันมีที่มาน่าเบื่อมาก เกิดจากการเป็นเด็กมัธยมขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง แล้ววันหนึ่งก็พบเสียงของตัวเอง และเข้าใจว่า ช่วงชีวิตเวลาที่ผ่านมามันไร้ค่า

คุณตื่นมาด้วยอารมณ์บูดบ่อยๆ หรือเปล่า
ไม่หรอกค่ะ ฉันตื่นมาด้วยความเบิกบาน แล้วก็รู้สึกแบบนั้นทั้งวัน ดังนั้น งานทั้งหมดนี่เฟคล้วนๆ ฉันเป็นคนแฮปปี้ดี๊ด๊าสุดๆ

โอเค!
พูดเล่น! ตื่นมาก็มีหงุดหงิดบ้างแหละ บางวันก็เบื่อโลก แต่ไม่ได้ถึงขั้นอยากตายนะ แค่ไม่ได้อยากอยู่ขนาดนั้น แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว ฉันก็เอามาทำเป็นชิ้นงานได้ทั้งนั้นส่ะคะ





โลกที่สมบูรณ์แบบของคุณเป็นยังไง
โลกที่เวลาฉันออกไปนอกบ้านแล้วพวกผู้ชายไม่มาคุกคามฉัน โลกที่ผู้หญิงและคนกลุ่มน้อยมีสิทธิเท่าเทียมกับทุกๆ คน โลกที่ไม่มีการเหยียดชนชาติ เหยียดผิว นั่นล่ะค่ะ โลกที่เพอร์เฟ็คต์

แล้วโลกแบบนั้นอยู่ไหนเหรอครับ
ก็อยู่ที่นี่แหละค่ะ แค่ถ้าไม่มีเรื่องอย่างพูดไป โลกโดยรวมมันก็โอเค อาจะมีเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องขยะพลาสติกอีก แต่ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากอยู่ในโลกที่ไม่มีการเหยียดผิว เหยียดผู้หญิง โลกที่มีความเฟมินิสต์

ผู้ชายเป็นเฟมินิสต์ได้มั้ย
ได้สิ! เฟมินิสต์ไม่ได้แปลว่าเกลียดผู้ชายนะ แต่เป็นเรื่องของการทำให้สิทธิทุกเพศ ทุกสถานะเท่าเทียมกัน

เหมือนที่คิม คาร์เดเชี่ยนถ่ายรูปนมตัวเองแล้วบอกว่าเป็นการสำแดงพลังหญิงเหรอ
อันนั้นก็อาจจะเข้าข่ายเฟมินิสต์นะ แต่ก็แน่นอนว่าพวกเซเล็บก็มักมีการตลาดแอบแผงเสมอ แต่ถ้าผู้หญิงอยากจะโชว์รูปร่างตัวเองลงเน็ต โดยไม่แคร์ว่าผู้ชายจะพูดว่าอะไร นั่นก็คือเฟมินิสต์ มันไม่ใช่แค่เรื่องถ่ายรูปหรอก แต่เป็นเรื่องของการที่ผู้หญิงทำอย่างที่อยากทำ โดยไม่ต้องให้ผู้ชายมาตัดสินผิดถูก



งานของคุณเรียบง่ายมาก แต่ก็สะท้อนความรู้สึกของคนดูได้แรงอยู่ ผมเลยเดาว่าในหัวคุณคงคิดนั่นนี่ตลอดเวลา
ตอนเด็กๆ ฉันขี้อายมาก ไม่คุยกับใคร พออยู่คนเดียวก็เลยฟุ้งซ่าน งานพวกนี้เริ่มตั้งแต่ตอนเรียนกราฟิกดีไซน์สมัยมัธยมปลาย แล้วฉันก็จะเขียนระบายความท้อแท้สิ้นหวังลงในสมุดโน้ต หรือความหงุดหงิด อย่างเรื่องที่ฉันอยากจะพูดกับอาจารย์แต่ไม่กล้า มันก็เลยกลายเป็นวิถีของฉันในการโต้ตอบกับความรู้สึกต่างๆ ที่ฉันไม่โอเค



การเขียนลงสมุดโน้ตกับการเอาออกมาแชร์ในแกลเลอรี่แบบนี้มันต่างกันมาก คุณคงต้องกล้าระดับนึง ที่จะไม่กลัวว่าคนจะตัดสินว่าคุณเป็นยังไง เหมือนที่ผมตัดสินคุณไปแล้วว่าคุณเป็นพวกอารมณ์เสียตลอดเวลา
แต่มันก็ไม่หนักเท่าฉันตัดสินตัวเองหรอกค่ะ เพราะฉันชอบทำให้ตัวเองระทมอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น อะไรที่คุณคิดเกี่ยวกับตัวฉัน ฉันคิดกับตัวเองแย่กว่านั้นเป็นร้อยเท่า ฉันนี่เป็นศัตรูของตัวเอง และเป็นนักวิจารณ์งานตัวเองที่โหดที่สุดแล้ว

คุณทำยังไงกับความเกลียดชัง เช่นเกลียดใครสักคน
ฉันไม่เกลียดใครเลย ฉันอาจจะไม่ชอบอะไรหลายอย่าง แต่ฉันว่ามันก็เป็นเรืองธรรมดา

แล้วทำยังไงกับความรัก
ก็ทำด้วยความอารมณ์เสีย ก้าวร้าว และดราม่ามากๆ เป็นแฟนประเภทขี้หงุดหงิด ขี้โมโห พูดเล่นนะคะ ที่จริงตอนนี้ฉันก็มีแฟนอยู่ แต่ฉันก็รู้ตัวว่าเป็นคนไม่ง่าย เพราะหัวฉันมันชอบคิดอะไรเยอะแยะตลอดเวลา



ผมเคยอ่านสัมภาษณ์ของ Azealia Banks ซึ่งเป็นคนปากจัดมากๆ เธอพูดเรื่องความสัมพันธ์ว่า การหาแฟนเป็นเรื่องยากมากสำหรับเธอ เพราะผู้ชายจะชอบคิดว่าเธอบ้า คุณเจออะไรคล้ายๆ กันแบบนี้ไหม
ฉันมักจะมีปัญหาเรื่องการเป็นคนตรงไปตรงมาอยู่เรื่อยๆ แต่ก็โชคดีที่มีเพื่อนๆ ที่รับฉันได้ แต่ฉันเป็นคนที่อยู่กับความจริงมากนะ ฉันรู้ว่าถ้าคบใครสักคน แล้วอยากทำให้ความสัมพันธ์มันราบรื่น เราต้องทำตัวอย่างไรบ้าง แต่ถ้ามีอะไรที่ฉันไม่แฮปปี้ฉันก็จะบอก ฉันว่าความสัมพันธ์จะยืดได้มันก็ต้องพึ่งพาการสร้างภาพลวงให้ตัวเอง ว่าถ้าอยากให้ความสัมพันธ์ราบรื่น ก็เราทำสิ่งนี้สิ่งนั้น แต่ฉันอาจจะมีประสบการณ์ผิดๆ ก็ได้

ร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
น่าจะเร็วๆ นี่แหละ ก็เพราะมีแฟนไง

ความรักนี่จุดอ่อนของคุณเลยหรือเปล่า
ใช่ค่ะ

นิยามความโรแมนติคของคุณเป็นยังไง
ความรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับใครสักคน ไม่ใช่ว่าเขาต้องมาคอยดูแลเรานะ แต่ปลอดภัยในแง่ที่ว่า เรารู้สึกผูกพันธ์กับใครสักคนแบบที่เราไม่รู้สึกกับคนอื่น ฉันไม่ค่อยแคร์ความโรแมนติคประเภทส่งดอกกุหลาบมาให้เท่าไหร่หรอก



อินเตอร์เน็ตเป็นแพล็ตฟอร์มสำคัญในการเผยแพร่งานของคุณ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างไรบ้าง
เกลียดมากค่ะ จะชอบก็เฉพาะตอนหาข้อมูลไปที่ไหนสักที่ ชอบตอนโหลดเพลงเถื่อน โหลดหนังผิดกฏหมาย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะอยู่โดยไม่มีอินเตอร์เน็ตนะ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ไง เพราะค่าเช่าบ้าน และอาชีพฉันก็ขึ้นอยู่กับมัน แล้วบางทีฉันก็ไม่ไหวกับพวกชาวเน็ตมากๆ

คุณมาถึงกรุงเทพฯ วันที่สามแล้ว ได้เห็นอะไรบ้าง
ก็ไปเดินเล่นอยู่สามชั่วโมง ถ่ายรูปเยอะแยะเลย ทุกอย่างที่นี่น่าตื่นเต้นดีนะ แค่การจะข้ามถนนก็น่าตื่นเต้นแล้ว แต่ฉันก็รอดชีวิตมาได้ ภูมิใจในตัวเองจริงๆ

งานของคุณทำให้คุณได้ไปหลายที่ อะไรที่คุณคิดว่าต่างกันมาก ระหว่างเมืองตะวันตกและตะวันออก
ถนนในเอเชียจะมีเสียงล้งเล้งกว่า แล้วเวลาอยู่นอกบ้าน ทุกอย่างก็จะอื้ออึงกว่า แม้จะเป็นแค่เรื่องการข้ามถนนก็ตาม



เอาล่ะ กลับมาที่งาน อาทิตย์นึงคุณคิดได้กี่งาน
ถ้าเป็นช่วงนี้ ฉันต้องคิดให้ได้ประมาณร้อยอย่างต่อสัปดาห์เพื่อเอาไปแสดงงาน ฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับความกดดัน เช่นว่า ฉันอยากทำงานหรือเปล่า ฉันกำลังเศร้าอยู่หรือเปล่า ไอ้นี่ฉันอยากจะเขียนถึงไหม ส่วนโชว์ที่กรุงเทพฯ อันนี้ เป็นงานสมัยที่ฉันยังไม่ได้ทำงานศิลปะแบบเต็มเวลา ช่วงนั้นฉันจะเขียนแค่วันละรูป แต่พอเป็นลักษณะนิทรรศการ ฉันก็จะคิดถึงหัวข้อต่างๆ บางวีคก็ได้ 30 เรื่อง

เยอะเหมือนกันนะ ที่จริงคิดได้วันละเรื่องก็เยอะแล้ว เพราะอย่างผม บางวันก็ไม่คิดอะไรเลย
แต่การไม่คิดอะไรเลยก็สามารถเอามาทำเป็นงานได้เช่นกันไง

มีสื่อศิลปะประเภทอื่นที่คุณอยากลองไหม
ฉันอยากๆๆ ฉันจะเอา และฉันจะทำ นั่นคือทำรายการการ์ตูนทางทีวี หรือเว็บซีรีส์ในปีหน้า

งานหนักมากนะนั่น
ใช่ แต่ฉันเริ่มหาคนมาร่วมทำงานได้บ้างแล้วนะ

น่าสนุกนะครับ ขอให้โชคดี ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ



นิทรรศการ “10795 days of bummer By Wasted Rita” โดยสถานทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทยและศูนย์วัฒนธรรมโปรตุเกส จัดแสดงที่ WTF Gallery and Café ซอยสุขุมวิท 51 (BTS ทองหล่อ) วันนี้ถึงวันที่ 29 ตุลาคมนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม ดูที่นี่—> ที่นี่ที่นี่ที่นี่